[Fic] ~Choice~ทางเลือกของหัวใจ Part.15

Subject : [Fic] ……~Choice~……ทางเลือกของหัวใจ
Author : masoo
Part : 15
Character : 2Kim
Rate : PG-13


ปล.ขอบคุณประกอบฟิคงามๆจากน้องแพรวนะจ๊ะ
ปล.อาจมีภาษาที่ผิดพลาด ก้อยขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ^^





**ฟิคชั่นเรื่องนี้คู่หลักคือทูคิมนะคะ คิมแจจุงและคิมจุนซู หากไม่นิยมชมชอบ
โปรดจากไปอย่างสงบนะคะ อย่าให้มีคอมเม้นท์ พูดจาส่อเสียดกันและกันนะคะ
จะคอมเม้นท์อะไรช่วยเห็นใจกันนิดนึ่งเนอะ ใจเขาใจเรา ขอบคุณมากค่ะ^^**

** ฟิคชั่นเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่งหาได้มีส่วนของความเป็นจริงไม่
เนื้อเรื่องมีฉากรุนแรงในบางซีนอารมณ์ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ**


user posted image



OPV Choice งามๆค่ะ ^^



[Fic] ~Choice~ทางเลือกของหัวใจ Part.15



สเหมือนร่างกายได้ถูกตีตราจอง พร้อมๆกับหัวใจที่ถูกตรึงด้วยโซ่ตรวน ที่ไม่สามารถมองเห็น
เพียงแค่นึกคิด ก็ราวกับเจ็บร้าวไปทั้งกายและใจ หรือหนทางที่เขาจะเลือกมันได้หมดลงไปแล้ว?

ไม่จริงหรอก ไม่มีวัน.....

ถึงแม้จะปฏิเสธอย่างสุดกำลัง แต่สิ่งที่กระตุ้นเร้าอยู่ในจิตใจกับตรงกันข้าม

ได้โปรดเถอะ อย่าทำให้ทุกอย่างมันสับสนมากไปกว่านี้เลยหัวใจ

ได้โปรดเถอะ

ได้โปรดเถอะ คิมแจจุง.........






-ทางด้านยูชอน-

ยูชอนตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไปเกาะเชจูกับน้องชายสุดที่รัก
การปลุกให้ยูฮวานตื่นแต่เช้าไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพราะเด็กหนุ่มเฝ้านอนฝันหวาน
ว่าจะไปเที่ยวทะเลตั้งแต่ช่วงหัวค่ำของเมื่อวาน ทันทีที่พี่ชายบอกจะพาไปเที่ยว
ร่างเล็กกระตือรือร้นร้นอย่างร่าเริง ราวกับหายเป็นปกติดีแล้วทุกอย่าง

ยูชอนใช้เวลาจากบ้านมาสนามบินไม่นานนัก ตลอดการเดินทางยูชอนจะชวนน้องชายพูด
คุยถามนู่นถามนี่ ชี้นู่นชี้นี่ชวนยูฮวานตลอดเวลา และดูเหมือนยูฮวานก็จะร่าเริงขึ้นมาก
จนคนเป็นพี่อดที่จะยิ้มอย่างมีความสุขไม่ได้

“ยูฮวานอยากเล่นน้ำทะเล”

เสียงใสเอ่ยเจื้อยแจ้ว และหันมายิ้มหวานให้ยูชอน เมื่อนั่งประจำที่บนเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว
กริยานั้นของน้องทำเอายูชอนหลุดหัวเราะชอบใจ

อาการยูฮวานดีขึ้นจนแทบจะปกติ ไม่มีสิ่งไหนที่ยูชอนจะมีความสุขไปมากกว่านี้แล้ว
เหลือก็แต่เรื่องคนรักอย่างคิมจุนซู ที่ยูชอนหวังว่าการไปเชจูจะตามหาจุนซูจนพบและพากลับมาด้วยกัน
และเริ่มใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขอีกครั้งในอีกซีกโลกนึ่ง
ภายในสองเดือนเขาจะตามหาจุนซูให้พบโดยเร็ว

ยูชอนไม่เคยนึกคำนึงถึงความเป็นไปได้หรือไม่ได้ แต่เขาต้องหาจุนซูให้พบจนได้
นั่นคือจุดหมายหลักอันยิ่งใหญ่ ยูชอนคิดว่าทุกอย่างมันควรจะจบลงได้แล้ว
เพราะเขาเจ็บปวดมามากพอกับความต้องการที่จะแก้แค้นของคิมแจจุงแล้ว

เครื่องบินออกจากโซลมุ่งตรงไปยังเกาะเชจู

ยูฮวานหลับคอพับคออ่อนอิงซบลาดไหล่ของพี่ชาย เปลือกตาหลับพริ้ม เพียงเพราะอ่อนใจกับการตื่นแต่เช้า
ในขณะที่ยูชอนเอาแต่ครุ่นคิดหาวิธีตามหาจุนซู และคิดถึงใครอีกคนที่อยู่ในห้วงของความทรงจำ





*สองวันก่อนหน้านี้*

ณ สถานที่อันเงียบสงบ กับบรรยากาศยามพลับค่ำ หมู่ต้นไม้น้อยใหญ่ไหวลู่ไปตามแรงลมที่พัดเย็นจนทำให้ผู้มาเยี่ยมเยียนคละเคล้าความห่วงหาและแสนคิดถึงบุคคลอันเป็นที่รักผู้ซึ่งจากไป
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง เดินเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ตรงป้ายหลุมฝังศพ ที่สลักชื่อไว้ว่า ‘ลีจินกิ’

ยูชอนคุกเข่าลงตรงหน้าป้ายหิน วางลิลลี่ขาวช่อใหญ่เคียงคู่กับช่อเก่า มือหนาเอื้อมลูบรูปยังป้ายหินแผ่วเบา ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มอ่อนหวานตอบให้กับรูปบนป้ายหินอย่างอ่อนโยนเหมือนที่แล้วๆมา สายลมเย็นเอื่อยๆที่พัดไล้กายพาให้รู้สึกเย็นสบาย ก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ยประโยคสนทนากับรูปอนยูบนป้ายหิน

“พี่มาเยี่ยมพร้อมดอกลิลลี่ขาว อนยูยังไม่เบื่อใช่มั้ย? เหงาหรือเปล่า? พี่ไม่ได้มาเยี่ยมอนยูเลย พี่ขอโทษนะ”

เสียงทุ้มอ่อนแรงเมื่อต้องเอ่ยต่อ ความรู้สึกผิดในจิตใจเขา ไม่เคยจางหายไปเลย แม้สักนิดเดียวก็ไม่เคย

“พี่คิดว่าพี่ชัดใช้ให้กับจินกิไม่เคยเพียงพอ แต่สิ่งที่แจจุงทำกับพี่ พี่คิดว่ามันเพียงพอแล้ว จินกิคิดอย่างนั้นมั้ย?”

สายลมเย็นวูบไหวพัดผ่านร่างสูง จนผมปลิวไสวตามแรงลมเย็นอ่อนๆแต่กลับเน้นย้ำลึกซึ้ง ราวกับว่าสายลมนั้นคือการรับรู้และคำตอบ ยูชอนเอื้อมมือลูบรูปบนป้ายหินอีกครั้งก่อนจะยันกายยืนตรง ริมฝีปากอิ่มแย้มยิ้มอ่อนหวานให้กับอนยูอีกครั้ง ก่อนเอ่ยลา

“พี่เชื่อมั่นในคำตอบของอนยูเสมอ และพี่หวังว่าสิ่งที่พี่กำลังจะทำมันคือสิ่งที่ถูกต้องและจะไม่มีใครเจ็บปวดกับมันอีกแล้ว แจจุงไม่ควรทำแบบนี้ตั้งแต่ต้น ไม่ควร”

ยูชอนยันกายลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า หันหลัง และก้าวเดินห่างออกมา ออกมา บรรยากาศโดยรอบคล้ายปกคุมไปด้วยไอแห่งความเศร้าหมอง และเสียใจ แม้ใจที่มุ่งมั่นของยูชอนจะเต็มเปี่ยม แต่ก็อดที่จะรู้สึกผิดไปกับเรื่องของจินกิในอดีตไม่ได้ เขาไม่รู้ ไม่เห็น เหมือนอย่างที่แจจุงเห็น ไม่ได้สัมผัสอย่างที่แจจุงสัมผัส ไม่ได้เฝ้ามองเหมือนอย่างที่แจจุงเฝ้ามอง แต่เขากลับได้รับความรักมากมายจากเด็กน้อยคนหนึ่ง ซึ่งรักเขาหมดหัวใจ และสุดท้ายความผิดปาบกลับตกอยู่ที่บุคคลสองคน หรืออาจจะสี่คน

น้ำตายูชอนหยดล่วง เมื่อร่างกายรับรู้ถึงสัมผัสบางเบาที่แผ่นหลัง บัดนี้สายลมได้พัดพา ใครคนนั้นให้คงอยู่เคียงข้าง เพื่อรับสัมผัสแสนรักที่ได้จากมา ยูชอนหยุดยืนอยู่กับที่ ไม่แม้จะยกมือขึ้นเช็คคาบน้ำตามากมายที่ไหลรินไปทั่วดวงหน้าคมคาย

แผ่นหลังของยูชอนไม่ว่าจะอดีตหรือปัจจุบันก็ยังอบอุ่นเสมอสำหรับอนยู
อนยูกำลังโอบกอดยูชอนจากทางด้านหลัง น้ำตามากมายรินไหล เปรอะเปื้อนใบหน้าหวาน แต่กลับไม่มีสักหยดที่ซึมลงไปยังแผ่นหลังของยูชอน แต่น้ำตาของยูชอนกลับหยดลงกระทบมือบอบบางของอนยู

“อนยู.........”

สัมผัสที่ยูชอนได้รับ เจ้าตัวเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่านั่นคืออนยู หัวใจที่ปวดร้าวนำพาหยาดน้ำตาของลูกผู้ชายหลั่งไหลพลั่งพลู เสียงทุ้มจึงเอ่ยเรียกชื่อหนุ่มน้อยสั่นพร่า

‘อนยูรักพี่....ฮึก...อนยูขอโทษ.....ขอโทษจุนซู’

เสียงที่ยูชอนอาจไม่ได้ยิน แต่มันกลับซึมลึกลงไปในจิตใจ

สัมผัสบางเบาจางหาย หลงเหลือไว้เพียงหยาดน้ำจำนวนหนึ่งยังแผ่นหลังกว้าง ทั้งที่ไม่คิดว่าจะซึมซับได้ แต่สุดท้ายกับเต็มตื้น

ยูชอนหันหลังกลับไปมอง ที่ที่ตนเดินจากมาได้ไม่เพียงกี่ก้าว ดวงตาคมพร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำตามากมายยังคงมองเห็นลิลลี่ขาวช่อใหญ่ยังคงอยู่กับที่ไม่เปลี่ยนทิศ ยังคงวางอยู่บนหลุมฝังศพของอนยู พร้อมๆกับสายลมพัดผ่านเรือนกายบางเบา

สายลมได้พัดพาใครคนนั้นกลับไป

หากย้อนอดีตได้ก็คงดี

ยูชอนเดินจากสถานที่อันเงียบสงบ ด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง

ไม่สามารถย้อนอดีตได้ ขอแค่ทำให้ปัจจุบันและอนาคตไม่เจ็บปวดเหมือนอดีตก็เป็นพอ

-บ้านเกาะ-

แสงแดดยามเช้าอาบไล้บ้านสีขาวหลังใหญ่ที่ตั้งโดดเดียวอยู่บนพื้นที่เกาะส่วนตัว ลมทะเลพัดเอื่อยๆ พาให้ผ้าม่านที่ติดอยู่ขอบหน้าต่างทุกบานพัดปลิวไสว เด็กรับใช้หนุ่มสองพี่น้องผลัดกันเดินเข้าห้องนั้นออกหน้านี้เพื่อเตรียมมื้อเช้าให้กับผู้เป็นนาย แม้เด็กรับใช้ผู้น้องจะตั้งอกตั้งใจเตรียมงานอย่างดีเยี่ยม แต่เด็กรับใช้ผู้พี่กลับแลจะดูกระวนกระวายใจ

“แทมิน เตรียมทางนี้ไปนะ เดี๋ยวพี่จะไปปลุกนายท่าน”

ร่างสะโอดสะองก้าวเดินฉับๆออกจากห้องครัว และตรงรี่เข้าไปยังตัวบ้าน เลี้ยวเดินตามทางและหยุดยืนอยู่หน้าห้องนอนหลังใหญ่ของเจ้านาย คิวเรียวสวยขมวดมุ่นจนเกิดปม มือเล็กกำเข้าหากันจนแน่นด้วยความคับแค้นใจ เมื่อย้อนนึกถึงร่างบางของใครอีกคนที่กำลังนอนเคียงข้างเจ้านายอันเป็นที่รัก หัวใจอันจงรักและใคร่ปรารถนาในตัวของนายท่านยิ่งทวีความหึงหวงมากขึ้นเป็นทวีคูณ มือน้อยที่กำเข้าหากันจนแน่น ยกขึ้นตั้งฉากกำลังจะระรัวทุบไปยังประตูไม้บานใหญ่ แต่กลับหยุดชะงักอยู่กับที่ราวกับถูกสต๊าฟก็ไม่ปาน

-เบื้องหลังบานประตูไม้-

แสงแดดสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างที่ไม่ได้ปิด บ่งบอกว่ายามเช้าได้มาเยือน ทั้งยังสายลมเจือกลิ่นทะเลบางเบาพัดลอยละล่อง ให้ประสาทสัมผัสของลมหายใจสูดดมกลิ่น เรียกเปลือกตาที่ยังคงหลับใหลให้ลืมตาตื่นในยามเช้าที่แสนจะสดชื่นนี้ สายลมโชยพัดชายผ้าม่านจนปลิวไสว ช่างเบิกบาน เมื่อเผลอชโงกศีรษะขึ้นจากหมอนใบนุ่มเสมองร่างบางข้างกายที่ยังคงพริ้มหลับคุดคู้กายอยู่ภายใต้ผ้าห่มเดียวกัน ก็เรียกรอยยิ้มจุดที่ริมฝีปาก นานมากแล้วที่มาเฟียหนุ่มผู้นี้จะตื่นขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มของตนเอง แผ่นอกเปลือยเปล่าเผยเมื่อเจ้าตัวเลื่อนกายขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ทั้งที่สายตาคมยังคงพินิจกายบางที่นอนข้างเคียง นวมผืนหนาทำให้กายบางข้างใต้ดูตัวเล็กลงถนัดตา ทั้งยังไหล่เล็กเปลือยเปล่านวลเนียนที่โผล่พ้นขอบนวมเรียกตาสายคมให้หยุดจ้องมอง ก่อนจะไล้สายตาสำรวจยังใบหน้าหวานที่หลับพริ้มไม่รู้เรื่องรู้ราว

ไม่เคยเลยสักครั้งที่แจจุงจะสำรวจเครื่องหน้าใครได้นานเท่านี้ เปลือกตาสวยปิดกั้นลูกแก้วอันสว่างไสว จมูกโด่งรั้นเชิดมนที่กำลังผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ พวงแก้มนุ่มอมชมพูระเรื่อ เรื่อยจรดริมฝีปากเล็กแสนหวาน นี่คือจุนซู

คิมจุนซู ที่เป็นของเขา ของคิมแจจุงคนนี้

ใบหน้าคมโน้มลง บรรจงจรดริมฝีปากกดจูบลาดไหล่มนเล็กที่โผล่พ้นผืนนวม ทั้งยังฝังจมูกโด่งรั้นสูดดมความหอมหวานจากลาดไหล่มนเสียจนอิ่มเอม เติมเต็มความสุขล้นล้ำที่เต็มตื่นอยู่ในอก หัวใจแกร่งเต้นระรัวผิดจังหวะตั้งแต่ค่ำคืนที่แล้วยันบัดนี้ก็ยังไม่ปกติ หากจะเพราะคิมจุนซูเป็นเหตุ แจจุงก็คงจะไม่จำเป็นต้องหาผลที่ไหนมาตอบคำถามนี้อีกต่อไป

ใบหน้าที่โน้มค้างชิดลาดไหล่ยังคงไม่ถอยห่าง แต่กลับเลื่อนขึ้นจวบจนปลายจมูกโด่งรั้นหยุดนิ่งอยู่ตรงปลายคางเรียว ลำแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยงามเลื่อนพยุงค่อมร่างบอบบางเอาไว้เสียแล้ว
แจจุงอดใจไม่ไหวกดริมฝีปากจูบปลายคางเรียวสวยเพิ่มอีกหนึ่งที่ สัมผัสไม่รุนแรงแต่ก็ไม่บางเบาเรียกสติคนที่เคยพริ้มหลับขี้เซาให้รู้สึกตัว เปลือกตาบางขยับก่อนจะค่อยปรือปรอยฉายลูกแก้วดวงสวย ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตายามลืมตาตื่นคือ ดวงหน้าหล่อเหลาคมคายของแจจุง ที่อยู่ห่างกับใบหน้าของตนไม่ถึงคืบแล้ว แจจุงมองเห็นแววตื่นตระหนกในดวงตาคู่สวยนั้น และมาเฟียอย่างคิมแจจุง ก็กล้าได้กล้าเสีย เสียจนจุนซูกลัว!

ริมฝีปากร้ายก้มลงกดจูบริมฝีปากเรียวบางโดยไว ไม่ทันให้จุนซูได้ตั้งตัวหรือเตรียมใจไว้ล่วงหน้า มือน้อยทั้งสองข้างยกขึ้นยันอกแกร่งไว้โดยอัตโนมัติ จุนซูไม่มีแรงพอที่จะหลีกหนีหรือขยับกายถอยหลัง จะมีก็เพียงฝ่ามือที่พอจะผลักดันให้รสจูบที่กำลังจะเกิดขึ้นเบาบางลงบ้าง แต่กลับเปล่าเลย เพียงเพราะไม่มีแรงบดคลึง หรือการกระทำจาบจ้วงใดๆเกิดขึ้น ลมหายใจที่เป่ารดยังกลีบปากห่างหายออกไปเพียงเสี้ยวหนึ่งของวินาที มันเป็นเพียงจุมพิตบางเบา ต่างจากทุกๆครั้งที่เคยประสบพบเจอ

ดวงตาใสปรือมองเครื่องหน้าหล่อเหลาที่ผละห่างจากใบหน้าตนไปแล้วประมานหนึ่งคืบเห็นจะได้ สมองในยามเช้ากำลังประมวนผลอย่างหนักว่าเพราะอะไร หรือเหตุใด คิมแจจุงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคิมจุนซู ถึงได้แย้มยิ้ม แลดูเบิกบาน ไม่ใช่ว่าเขากำลังหลับหรือฝันอยู่หรอกหรอ? แต่ฝ่ามือที่กำลังทาบกับแผงอกอันเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายทำให้จุนซูรับรู้ว่าความอุ่นวาบยังฝ่ามือคือความจริง มิใช่ฝันยามเช้าอย่างที่ตนกำลังนึกคิด

“นายควรจะขอบคุณคนที่ปลุกนายให้ตื่นด้วยคำว่า ‘อรุณสวัสดิ์นะจุนซู’ ”

ไม่รู้ว่าแจจุงต้องการจะให้อีกฝ่ายเอ่ยทักตนยามเช้า หรือเป็นเขาเสียเองที่กำลังกลบเกลื่อนทักทายอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม




อย่าส่งเสียงดังจะได้ไหมหัวใจเอ่ย ช่วยเก็บซ่อนความเบิกบานใจ ให้เร้นลึก จนลับตาได้หรือไม่?

จุนซูไม่ตอบรับหรือเอยประโยคใดๆเพื่อโต้ตอบอีกฝ่าย ดวงหน้าหนาวเพียงแค่เสหันหนีสายตาของแจจุงที่แลดูต่างไปจากเดิม

ทำไมถึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายอ่อนโยนขึ้น ทำไมถึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังให้ความสำคัญกับตน แล้วทำไมหัวใจถึงได้เต้นระรัวอยู่ในอกราวกับจะทะลุออกมาเช่นนี้

ยิ่งเมื่อจุนซูนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก็ยิ่งขับให้ทั้งดวงหน้าและเรือนกายระเรื่อไปด้วยสีแดงอมชมพู ทั้งฝ่ามือที่ยังแนบทาบกับแผงอกชายหนุ่ม ยังรับรู้ได้อีกด้วยว่าก้อนเนื้อด้านซ้ายของมาฟียไร้หัวใจเช่นคิมแจจุง มันกำลังเต้นระรัวจนมือของเขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน จุนซูหันหน้ากลับมามองมือตนที่แนบอยู่กับแผงอกของแจจุง มองจังหวะการเต้นของหัวใจที่ฝ่ามือสัมผัส ก่อนจะเงยดวงหน้าขึ้นสบสายตากับคนที่เขาพูดว่าไร้หัวใจ ทั้งๆที่ก้อนเนื้อนั้นมันกำลังเต้นตุบๆอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว

แจจุงยกมือขึ้นทามทับมือน้อยข้างขวาของจุนซูที่กำลังแนบสัมผัสกับอกด้านซ้ายของตนขึ้นมาจับเล่น ก่อนจะจ้องมองดวงหน้าแสนหวาน ด้วยสายตาที่ใครก็ไม่สามารถเห็นได้จากมาเฟียหนุ่มผู้นี้ นอกเสียจากน้องชายสุดที่รักที่จากไปไกลเสียไกล

“นายรู้สึกใช่มั้ยจุนซู? ว่าหัวใจของชั้นมันกำลังเต้นอยู่”

เสียงทุ้มเอ่ยถาม ทั้งที่มือยังจับมือเล็กไม่ปล่อย รอยยิ้มยังไม่เลือนไปจากริมฝีปากร้ายเลยสักนิด

จุนซูไม่เอ่ยตอบ เพียงแค่พยักหน้าเป็นการตอบรับแทน จุนซูสับสนไปหมดแล้วว่าเพราะอะไร หรือเหตุใด แจจุงถึง.........

หยุดอย่างนั้นหรือ? แจจุงเลือกที่หยุดจริงๆอย่างนั้นหรือ?
ถ้าเป็นเช่นนั้นมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ ทั้งยูชอนและคนอื่นๆจะได้ไม่ต้องมาทนเจ็บปวดกับเรื่องนี้อีกแล้ว

เมื่อทุกอย่างยุติ คิมจุนซูจะเป็นฝ่ายจากไปเอง แต่ถ้าไม่ เขาก็จะยอมเป็นฝ่ายจากไปอยู่ดี
ทางเลือกของเขามันมีอยู่เพียงแค่นี้ แค่นี้จริงๆ
สิ่งที่กำลังร่ำร้องอยู่ในหัวใจ ไม่สามารถเลือกเดินตามนั้นได้เลย ไม่มีวัน

แจจุงยิ้มรับเมื่อเห็นจุนซูพยักหน้าตอบคำถามของตน มาเฟียหนุ่มเอนกายลงนอนแผ่นหลังพิงขอบเตียงตามเดิมแต่กระนั้นฝ่ามือหนาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือน้อยของจุนซู สายตาคมเลือนลอยมองตรงขึ้นยังเพดานห้อง มือทิ้งสองกอบกุมมือน้อย พลางลูบไล้ไปมาอย่างนิ่มนวล

“ชั้นไม่เคยรู้สึกถึงมันเลย ไม่คิดเลยด้วยซ้ำว่ามันยังเต้นอยู่หรือเปล่า เพราะชั้นคิดว่ามันหยุดเต้นไปตั้งนานแล้ว ตั้งแต่เสียจินกิไป”

เมื่อเสียงทุ้มเอ่ยมาถึงชื่อของน้องชาย จุนซูก็ดูเหมือนจะจับความผิดปกติในน้ำเสียงนั้นได้ในทันที จุนซูลอบมองเสี้ยวหน้าคมคายของแจจุงอย่างเงียบๆ แววตาคมกร้าวที่บัดนี้กำลังจ้องมองเพดานห้องนิ่งๆนั้น จุนซูเห็นชัดว่าดวงตาข้างหนึ่งทางด้านที่เขาสามารถมองเห็นกำลังระรื้อไปด้วยม่านน้ำบางๆ
แต่ถึงกระนั้นแจจุงกลับเอื้อนเอยประโยคสนทนาต่อไป

“หัวใจของชั้นเปลี่ยมสุขยามนึกถึงจินกิและเศร้าทุกข์ในเวลาเดียวกัน”

ถึงตอนนี้มือหนาที่กอบกุมมือเล็กอยู่คล้ายจะมีอาการสั่นเทา จึงกลายเป็นมือเล็กเสียเองที่กอบกุมและบีบรัดรอบมือใหญ่เพื่อเป็นการให้กำลังอีกฝ่ายอย่างเต็มใจ มือใหญ่ตอบรับมือเล็ก จนกลายเป็นว่ามือทั้งสองกอบกุมซึ่งกันและกันในท้ายที่สุด

“หัวใจชั้นกลับมาเต้นอีกครั้ง.......นั่นอาจจะเป็นเพราะนาย คิมจุนซู”

นี่อาจจะเป็นประโยคบีบรัดหัวใจของจุนซูหรืออาจจะของแจจุงเองด้วย

จุนซูสะบัดหน้าหันไปมองแจจุงโดยทันที และสิ่งที่จุนซูรับรู้คือความอุ่นร้อนบนหลังมือของตนเอง แจจุงกำลังแนบริมฝีปากกดจูบแผ่วเบา ไม่เพียงแค่นั้นแม้แต่หยาดน้ำระรื่นยังขอบตาคมที่จุนซูเห็น บัดนี้กลับไหลอาบแก้มของมาเฟียหนุ่ม ทั้งที่ริมฝีปากยังบรรจงมอบจุมพิตบนหลังมือของเขาไม่ยอมผละจากไป หยาดน้ำตาความอ่อนแอของแจจุงจึงหยดรินหลังมือเนียนนุ่มจนจุนซูรู้สึกได้

ความวูบโหวงในก้อนเนื้อที่ใช้ต่อชีวิต กำลังเต้นระรัวจนเจ็บ ทั้งความสับสน ความไม่มั่นใจ มันผสมปนเปจนแยกแทบไม่ออก

คุณกำลังทำผมสับสน คิมแจจุง

คิมจุนซูทำให้ คนไร้หัวใจ จิตใจด้านชา ยึดติดกับอดีต และแสวงหาการแก้แค้น อย่างคิมแจจุง พ่ายแพ้ทุกอย่าง เมื่อความรู้สึกรักอย่างไม่ทันตั้งตัวมันเอ่อล้นท่วมท้นจนเต็มหัวใจ ความอ่อนแอที่เก็บซ่อนมานานมันก็พรั่งพรูออกมาจนหมด แต่ไม่สามารถบอกกล่าวได้หมดทั้งหัวใจว่ารู้สึกเช่นไร

ชั้นเลือกนายเพื่อเคียงข้าง นายช่วยอยู่กับชั้นไปตลอดจะได้ไหม?
แม้ใครหน้าไหนจะรั้งนายกลับ ชั้นก็จะไม่สน เพราะนายคือของชั้น คิมจุนซู

แจจุงจูบซับหลังมือนวลเนียนคล้ายจะบรรเทาความเจ็บปวดทั้งหมดทั้งมวนให้มลายหายไปจนสิ้น พร้อมๆกับหยาดน้ำตาที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหลของเจ้าตัว

มันเป็นไปได้ยากมากๆ ที่ใครสักคนจะมาเห็นความอ่อนแอนี้ของคิมแจจุงได้ และนั่นอาจจะมีเพียงคิมจุนซูเพียงคนเดียว

จุนซูขยับกายเข้าใกล้แจจุง และบังคับมือของตนที่แจจุงกำลังแนบจูบอยู่ ให้ขยับเลื่อนไล้ไปตามโหนกแก้มที่ชื้นน้ำตาของมาเฟียหนุ่ม ฝ่ามือนุ่มนิ่มไล้เช็คคาบน้ำตาบนใบหน้าหล่อเหลาด้วยหัวใจที่หวั่นไหว แจจุงยังคงกอบกุมมือนิ่มไม่ยอมปล่อยห่างหาย ดวงสายเรียวสบเข้ากับดวงตาคมที่รื่นไปด้วยหยาดน้ำ ทั้งริมฝีปากอิ่มร้ายก็ยังคงแย้มยิ้มอ่อนโยนส่งมาให้

โซ่ตรวนที่มองไม่เห็น กำลังล่ามหัวใจดวงน้อยให้ติดตรึง จนยากที่จะถอยหนีเสียแล้ว

แจจุงจับมือจุนซูออกจากใบหน้าตน ก่อนจะดันร่างบางลงกับเตียงนอนดังเดิม และท้าวแขนให้ลำตัวช่วงบนอยู่เหนือร่างข้างใต้ มือข้างหนึ่งลูบไล้ริมฝีปากเรียวบางของจุนซูไปมา

“อยู่กับชั้น.....ตลอดไปจะได้มั้ยจุนซู?”

เสียงทุ้มเอ่ยประโยคคำถาม เสียดแทงหัวใจดวงน้อยโดยมิรู้ตัว

ตลอดไปงั้นหรอ? ยาวนานแค่ไหนสำหรับคิมแจจุงถึงจะเรียกว่าตลอดไป ทั้งชีวิตเลยหรือเปล่า?

“ผมจะชดใช้ให้คุณ.....ชดใช้แทนยูชอนจนกว่าคุณจะสาสม และเมื่อถึงเวลานั้น คุณควรจะปล่อยผมไป”

เสียงแหบหวานเอ่ยตอบด้วยหัวใจที่เจ็บปวด จนถึงตอนนี้เขาควรนึกถึงยูชอน ทำทุกอย่างเพื่อยูชอน หากมันจะทดแทนกันได้ และรับความเจ็บปวดนั้นมาไว้ที่เขาเสียเอง เขาก็ควรจะยอม คิมจุนซูไม่ใช่คนดีอะไร เพียงแต่นี่คือทางเลือกที่พระเจ้าขีดเอาไว้ให้เขาเลือกเดินตั้งแต่ต้นต่างหาก

แจจุงรับรู้คำตอบของจุนซูด้วยหัวใจที่ปวดร้าวไม่แพ้กัน เขาคิดมาตั้งแต่ต้นว่าอย่างไรเสีย สุดท้ายทางที่เขาเลือกเองจะไม่เกี่ยวข้องกับความต้องการพระเจ้า แต่ท้ายที่สุดกับเป็นเขาเสียเองที่หลงเดินไปตามทางที่พระเจ้าขีดเอาไว้ หรือนี่คือบทลงโทษของคนเลวอย่างเขาที่ควรจะได้รับกัน

แต่ถึงอย่างไร คิมแจจุงจะไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!!!

“ชั้นจะไม่มีวันปล่อยนายไป จุนซู......ไม่มีวัน!!!!!”

เสียงทุ้มที่ตะโกนดังก้องไปทั่วทั้งห้อง พร้อมๆกับสายลมทะเลที่พัดผ่านจนกายเปลือยเปล่าหนาวสะท้าน ดวงตาคมกร้าวจ้องมองดวงหน้าหวานด้วยความรู้สึกหลากหลาย รอยยิ้มที่เคยมีจางหายไปอย่างรวดเร็วราวกับว่านั่นคือความฝัน แจจุงใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างประคองดวงหน้าหวานไม่ให้หลีกหนีริมฝีปากตนที่กำลังจะโน้มลงประกอบจูบ กลีบปากบางเผยอเอื้อนเอ่ยถ้อยคำก่อนจะถูกประกบปิดเพียงเสี้ยววินาที

“คุณมันเห็นแก่ตัว.........คิมแจจุง”

ถ้อยคำถูกกลืนกลับลำคอเมื่อกลีบปากน้อยถูกแนบประกบจูบล้ำลึก หัวใจที่เคยเต้นกระหน่ำจนเจ็บบัดนี้กลับนิ่งสงบราวกับหยุดเต้นไปเสียแล้ว หยาดน้ำตาที่เคยคิดว่าร้องออกมามากแค่ไหนมันก็สมควรที่จะหมดไปแต่กลับไม่ใช่เลย ยิ่งพยายามอดกลั้นมันกลับทะลักทลายออกมาไม่มีสิ้นสุด

ฝันดียามเช้าที่เคยเฝ้าฝัน มันคงจะไม่เกิดขึ้นเลยสักครั้ง หากหัวใจยังคงรู้สึกเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา

กายบางสั่นสะท้าน เมื่อยามผืนผ้านวมหนาถูกชายหนุ่มขยับเลื่อนเปิดออก เผยเรือนกายเปลือยเปล่าไร้อาภร ริมฝีปากได้รูปผละจูบล้ำลึกลากไล้ขับเคลื่อน ดอมดมเลื่อยจนถึงลำคอขาว ขบเม้มทิ้งรอยรักแดงระเรื่อแผ่วเบา ลมหายใจเร่าร้อนรินรดต้นคอจนทั้งกายเสียววูบวาบ อ่อนเปลี้ยเพลียแรงที่จะยับยั้งขัดขืน มือบางดันยั้งแผงอกแกร่งอย่าให้ได้แนบชิด


แจจุงขึ้นคร่อมทามทับกายบางพลางจับกระชับนวมหนาให้ปกคุมร่างของตนและกายบางใต้ร่าง แจจุงไล้ปลายจมูกโด่งรั้นลากผ่านลำคอขึ้นไปหยุดชิดริมหู กระซิบประโยคตีตราจองกายบางซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“เพราะนายคือของชั้นจุนซู......ของชั้นคนเดียว”

ได้ยินเต็มสองหู ว่าประโยคนั้นหมายถึงสิ่งใด แต่หัวใจดวงน้อยกำลังปิดกลั้นมันอย่างสุดกำลัง

“ผมเป็นแค่.....เป็นเพียงแค่ เครื่องมือแก้แค้นสำหรับคุณ...เท่านั้น!”

น้ำใสไหลรินออกจากหางตาทั้งสอง ความพร่ามัวของม่านน้ำตาทำให้จุนซูไม่เห็นว่าสีหน้าของมาเฟียหนุ่มที่กกกอดตนอยู่ตอนนี้มีสีหน้าเช่นไรเมื่อได้ยินประโยคนี้ของตน หมอนใบใหญ่ที่เคยเหือดแห้งบัดนี้กลับชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตามากมายของกายบางแล้ว

‘นายไม่ใช่เครื่องมือ จุนซู นายไม่ใช่ ไม่ใช่เลย’

แจจุงอยากจะตะโกนออกไปอย่างนั้นให้เสียงดังๆ แต่ทุกถ้อยคำกลับติดขัดอยู่ในลำคอ ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ แจจุงทำได้เพียงโน้มใบหน้าลง และแนบจูบกลีบปากเรียวบาง หวังจะส่งผ่านถ้อยคำที่เขาอยากเอื้อนเอ่ยผ่านจูบนี้ มากมายจวบจนเนินนาน

.
.
.
.

*ปังๆๆๆๆๆ*

“นายท่านฮะ.....ตื่นหรือยังฮะนายท่าน?”





-คีย์ เมื่อ10นาทีก่อนหน้านี้- (นานเท่านี้หรือเปล่าไม่รู้ ก้อยกะเวลาไม่เป็นTT^TT)

/“ชั้นจะไม่มีวันปล่อยนายไป จุนซู......ไม่มีวัน!!!!!”/

เสียงทุ้มตะโกนก้องไปทั่วห้องนอนใหญ่ ได้ดังเล็ดลอดออกมาจนทำให้มือเล็กของเด็กรับใช้ที่กำลังจะระรัวเคาะประตูไม้หยุดชะงักอยู่กับที่

หมายความว่าอย่างไร? ประโยคนั้นของนายท่านหมายความว่าอย่างไรกัน!!!!

‘นายท่านกำลังจะบอกว่า คิมจุนซูอะไรนั่นมีความหมายมากงั้นสิ หึ แล้วมาคอยดูต่อไป ว่าจะทนไปได้สักกี่น้ำ เพราะคนอย่างชั้นไม่มีวันยอมแพ้แกอยู่แล้ว คิมจุนซู!!!’

จากที่เคยชักสีหน้า เมื่อได้ยินประโยคที่ดังเล็กลอดออกมา ตอนนี้คีย์กับเผยยิ้มยังมุมปากอย่างคนมีแผน
ก่อนมือบางจะระรัวเคาะบานประตูไม้ต่อ

*ปังๆๆๆๆๆ*

“นายท่านฮะ.....ตื่นหรือยังฮะนายท่าน?”

คีย์แสร้งเรียกปลุก พลางเคาะประตูไม้บานใหญ่ไปด้วย เสียงใสเอ่ยเรียกไม่ดังนัก แต่ออกเสียงแค่ทำให้บุคคลในห้องได้ยินเสียจนชัดเจน แม้จะรู้ทั้งรู้ว่านายท่านของตนตื่นมานานพอสมควรแล้วก็ตาม
และคีย์เชื่อว่าเสียงเรียกของตนจะทำให้ทุกกิจกรรมที่กำลังจะเกิดเบื้องหลังประตูไม้นี้จะต้องหยุดชะงักเป็นแน่แท้

‘จะขัดขวางให้ถึงที่สุดเลยคอยดู!!!!’

“นายท่านฮะ คีย์ขอเข้าไปนะฮะ นายท่าน?”

เสียงดัดเสียจนหวานเลี่ยนหูเอ่ยบอก ก่อนมือเรียวจะจับลูกบิด ที่ไม่ได้ลงกลอน หมุนบิดเปิดประตู ประตูไม้บานใหญ่อ้าเปิดเพียงนิด แต่สายตาของคีย์กลับสอดส่ายจับจ้องไปยังเตียงกว้างกลางห้องอย่างเจ้าข้าวเจ้าของ


“ชั้นอนุญาต ให้นายเปิดประตูเข้ามาเมื่อไหร่คีย์!!”

น้ำเสียงทรงอำนาจเอ่ยตะหวาดเด็กรับใช้ ที่ไม่รู้จักมารยาท ด้วยประโยคที่ขุ่นมัว เรียกอาการหวาดกลัวให้กับเด็กรับใช้เป็นอย่างมาก แม้จะเพียงเสี้ยวหนึ่งของบานประตูที่แง้มเปิด คีย์ก็สัมผัสได้ทันทีว่าในน้ำเสียงนั้นของนายท่านไม่พอใจในการกระทำของตนมากแค่ไหน มือบางเลยออกอาการสั่นระริกขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

“ข...ขอโทษฮะ นายท่าน..ค...คือ ผ...ผมไม่ทราบว่านายท่านตื่นหรือยัง ผ....ผมเลย-”

“ชั้นจะตื่นหรือไม่ตื่น แล้วนายมีสิทธิ์อะไรที่จะเข้ามา? ปิดประตู!!!!!”

คีย์เอ่ยละล่ำละลัก ทั้งยังไม่ทันจะอธิบายจนจบประโยค มาเฟียหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย ก็ออกคำสั่งเด็ดขาดให้ปิดประตูห้อง

คีย์รีบดึงมือที่จับลูกบิดประตูให้บานประตูห้องปิดลงในทันที ที่นายท่านเอ่ยคำสั่งจบ มือเรียวนั้นสั่นเทาและชื้นไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าสวยเฉี่ยวและมั่นใจ บัดนี้กลับหวาดกลัวเจ้านายเสียจนถอดสี ลูกน้องทุกคนของคิมแจจุงรู้ดี ว่าเวลานายท่านไม่พอใจสิ่งใด อารมณ์จะร้อนจนแทบหาอะไรมาดับก็ไม่อยู่ ช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน

คีย์ยังยืนช่างใจอยู่หน้าห้องหลังใหญ่ ไม่ยอมก้าวไปไหน ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยประโยคห่วงใยต่อนายท่านอันเป็นที่รักรับฟัง

“คีย์เตรียมอาหารเช้า สำหรับนายท่านแล้วนะฮะ”

ร่างเพรียวบางเดินห่างออกไปจากหน้าห้องหลังใหญ่ ทีละก้าว ทีละก้าว พร้อมๆแววเศร้าหมองในดวงตาที่ก่อเกิดขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ

คีย์แค่อยากเคียงข้างรับใช้
คีย์แค่อยากคู่ควรกับนายท่าน

คีย์แค่.....คีย์แค่ รักนายท่าน


-ภายในห้อง-

แจจุงยันกายขึ้นนั่งพิงหัวเตียง นวมผืนหนาล่นคุมตั้งแต่ช่วงเอวลงไป สีหน้ามาเฟียหนุ่มแลดูไม่สบอารมณ์นัก คิวเข้มขมวดเป็นปม มือหนายกขึ้นเสยผมที่ตกลงปกหน้าผากอย่างรำคานใจ และไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำเมื่อเด็กรับใช้หนุ่มปิดประตูห้องให้ตนแล้ว พอๆกับร่างบางที่นอนใช้มือจับกระชับนวมผืนหนาให้คุมกายตนจนสูงถึงลำคอ แถมยังนอนกระพริบตาปริบๆอย่างเงียบสงบเสียด้วย กลีบปากที่เจ่อจนแดงช้ำเพราะรสจูบ กำลังเผยอหอบหายใจน้อยๆ จุนซูแอบลอบถอนหายใจทิ้ง ด้วยคิดว่า ถ้าคีย์ไม่เรียกเสียก่อน เขาคงจะโดนรังแกอีกเป็นแน่แท้

แล้วทำไมแจจุงถึงได้หงุดหงิดมากมายขนาดนั้น?

กายบางขยับตัวขึ้นนั่ง แต่อยู่ในท่านั่งที่หันหลังให้กับแจจุง แม้จะยกนวมหนาขึ้นปิดแผ่นอกแต่เมื่อนั่งหันหลังให้อีกฝ่าย แผ่นหลังนวลเนียนเปล่าเปลือยจึงโผล่พ้นผืนผ้าอย่าห้ามไม่ได้ แถมอาการปวดแปลบยังเบื้องล่าง ก็พาให้ดวงหน้าหวานปั้นหน้านิ่วคิวขมวดขึ้นมาอีกด้วย ส่งผลให้กายบางนั่งขยับยุกยิกอย่างไม่สบายตัว โดยทั้งหมดทั้งมวลล้วนแล้วแต่อยู่ในสายตาคมตลอดเวลา แม้แจจุงจะไม่เห็นเบื้องหน้าหวาน แต่ก็พอจะเดาออกว่าบัดนี้จุนซูกำลังทำสีหน้าเช่นไร ไหนเลยจะแผ่นหลังนวลเนียนเปล่าเปลือยที่ปรากฏแกสายตาคม จะเรียกว่าทั้งแผ่นหลังก็คงจะไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะมันโผล่พ้นออกมามากเสียจนถึงท้ายบั้นเอว! แล้วมีหรือแจจุงจะหยุดจ้องมองได้ ไม่มีทางเสียล่ะ!!!

ทั้งๆที่เป็นพฤติกรรมแบบเด็กน้อย แต่แจจุงกลับหุบยิ้มไม่ได้เสียแล้ว ท่าทีเก้ๆ กังๆ ของคิมจุนซูช่างดูน่ารัก เค้าชักจะไม่แปลกใจว่าทำไมเช้านี้มันถึงได้มีเรื่องราวครบรสนักนะ หากไม่มีจุนซู เรื่องราวครบรสเช่นนี้คงจะไม่เกิดขึ้น

เว้นเสียแต่รอยยิ้มของอีกฝ่าย ที่แจจุงยังไม่เคยเห็นเลย เพราะสิ่งที่แจจุงพานพบในความเป็นคิมจุนซูมากที่สุดก็คือ ‘น้ำตา’

“แล้วนั่นจะลุกไปไหน หืม?”

แจจุงเอ่ยถามเมื่อเห็นจุนซูขยับกายไปมาเหมือนอยากจะลงจากเตียง แต่ติดตรงที่ขยับมากแค่ไหนก็ยังไปไม่พ้นจากที่เดิม เด็กน้อยเหลือเกินเชียว

“ผมจะไปอาบน้ำ”
ตอบออกไปอย่างนั้น เพราะรู้สึกว่าร่างกายทนรับสภาพไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว รู้สึกเหนอะหนะส่วนนั้นชอบกล ครั้นจะขยับตามใจชอบอาการปวดแปลบก็ดันแล่นลิ่วจากกระดูกสันหลังจรดสะโพก เสียต้องทนนั่งขยับทีละนิดทีละน้อย ไหนจะสิ่งที่ตกค้างอยู่ภายในตลอดทั้งคืน ที่เมื่อขยับกายมากๆ มันก็คล้ายกับจะไหลย้อยออกมาจนกายบางสะดุ้งเสียเกือบสุดตัว จนร่างบางต้องนั่งตัวเกรงมือน้อยจับปลายนวมเสียแน่น

ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ สัมผัสอุ่นร้อนที่แนบชิดเบื้องหลังกับลำแขนที่โอบรัดรอบเอวนั้นก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว จนถึงตอนนี้จุนซูถึงได้รู้ว่ากายเบื้องหลังตนมิได้อยู่ภายใต้ผืนนวมอีกต่อไป

“แจจุง!!!”

เสียงแหบหวานเรียกชื่อมาเฟียหนุ่มด้วยความตกใจในการกระทำของอีกฝ่าย ทุกอย่างมันล่อแหลมเกินไปจริงๆ เขาไม่ปลอดภัยเลยสักนิด ก่อนหน้านี้ก็จูบ แล้วตอนนี้ละ?

ไม่นะ!!

“หืม? ก็อยู่นี่แล้วไง”

เสียงทุ้มเอ่ยเรียบรื่นคลอเคล้าริมหู ริมฝีปากร้ายยกยิ้มเจ้าเล่ห์ อย่างที่จุนซูไม่มีวันเห็น ริมฝีปากร้ายกดจูบซอกคอขาว จนร่างบอบบางต้องฝืนกายและหย่อนหดคอหนี จุนซูโน้มตัวไปเบื้องหน้าเพื่อที่แผ่นหลังจะได้ไม่แนบชิดกับแผงอกแจจุงจนมากเกินควร แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อมือปลาหมึกยังคงรวบเอวของเขาเอาไว้ให้แนบชิด ลมหายใจร้อนที่กำลังเป่ารดต้นคอขาว ทำให้จุนซูรู้สึกแปลกๆ จนอยากจะหายตัวไปซะเดี๋ยวนี้เลย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะกระทำอะไรเกินเลยกับร่างกายของตนอีกครา

อย่างนั้นหรือ?

ไม่ใช่ว่ามันเต้นระรัวเพราะความอบอุ่นข้างในหรอกใช่มั้ย?

“ปล่อยผม....ผมจะไปห้องน้ำ”

“อาบน้ำใช่มั้ย? ก็ไปสิ ไปพร้อมกันนี่แหละ”

แจจุงพูดพลางทำท่าจะรั้งร่างจุนซูให้ลอยขึ้นกับพื้นเตียงด้วยลำแขนข้างเดียวที่กำลังโอบเอวจุนซูเอาไว้ จนจุนซูต้องผวาจับทับมือใหญ่เอาไว้

“ไม่นะ!!! ผมจะไปคนเดียว ปล่อยสิ!!”

เมื่อเห็นว่าแจจุงแกล้งแหย่และไม่ทำท่าจะยกร่างตนขึ้นจริงๆ จุนซูจึงทั้งตีทั้งแกะมือปลาหมึกให้ออกจากเอวตอนอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่มีหรือมาเฟียเจ้าเล่ห์อย่างแจจุงจะยอม ไม่มีทาง!!!

แจจุงดันตัวออกห่างจากจุนซูเพียงครู่ก่อนจะจะใช้ลำแขนทั้งสองยกช้อนร่างบางขึ้นอุ้มแนบอก ยันร่างขึ้นยืนข้างเตียงเตรียมสาวเท้ามุ่งตรงสู่จุดหมาย นั่นก็คือห้องน้ำ

ด้วยที่คิดว่าแจจุงจะยอมแพ้แกตน จุนซูเลยได้ใจไม่คิดอะไรเมื่ออีกฝ่ายผละออกมา แต่ยังไม่ถึงหนึ่งนาที ร่างทั้งร่างกลับถูกช้อนอุ้มขึ้นแนบอกมาเฟียหนุ่มเสียแล้ว จุนซูตกใจจนแทบไม่รู้ว่าจะหยิบจับสิ่งไหนก่อนดี ระหว่างคว้าโอบรอบลำคอแกร่งของชายหนุ่ม หรือจะจับปลายนวมผืนหนาที่กำลังจะล่นออกจากร่าง แม้แจจุงจะอุ้มจุนซูขึ้นมาจากเตียงได้ ก็ใช่ว่าจะรั้งอุ้มกายเปล่าเปลือย แจจุงยังรวบผืนนวมห่อกายบางไปทั้งผืน!!! โดยลืมคิดไปว่าตัวเองก็ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่นี่ ไม่มีอะไรปิดบังสัดส่วนเลยสักชิ้นเดียว!!! แต่นั่นแจจุงอาจจะจงใจก็ได้ใครจะไปรู้ มาเฟียนอกจากจะโหดร้าย และอารมณ์รุนแรงแล้ว ยังชอบโชว์อีกด้วย!!!

“แจจุง....ปล่อยผมลงนะ!!”

เสียงแหบหวานทั้งโวยวายและดิ้น แต่กายบางก็อ่อนล้าเกินกว่าจะดึงดัน

“ก็เห็นลุกไม่ไหว เลยจะช่วยอุ้มไปส่งให้”

ทั้งสุ่มเสียงทั้งสีหน้า และแววตา จุนซูเห็นมันอย่างชัดเจนในตอนนี้ เครื่องหน้าคิมแจจุงตอนนี้มันทั้งเจ้าเล่ห์และมากไปด้วยความเอาแต่ใจ

“อีกอย่าง....อาบน้ำพร้อมกันจะได้เร็วขึ้น แล้วจะได้รีบไปกินอาหารเช้าที่ไม่เย็นชืด”

เสียงหวานที่กำลังจะเอ่ยขัดถูกกลีบปากอิ่มร้ายประกบจูบแรงๆหนึ่งทีเพื่อเป็นการสั่งให้กายบางหยุดเถียงเสียที และดูเหมือนจะเป็นผล เมื่อผละริมฝีปากออก กลีบปากเรียวบางเม้มเข้าหากันเสียจนแน่น ผืนผิวยังปรางแก้มระเรื่อสีแดงอมชมพู อย่างห้ามไม่ได้ จนแจจุงหลุดหัวเราะออกมาชุดใหญ่ เสียงดังลั่นห้องนอนกว้างอย่างอารมณ์ดี แจจุงก้าวยาวๆห่างออกจากข้างเตียงเพื่อเดินไปห้องน้ำ ด้วยอ้อมกอดที่อุ้มกระชับร่างบางที่เริ่มออกฤทธิ์ดิ้นน้อยๆไปตลอดทาง

ปลายนวมผืนหนาและใหญ่ส่วนหนึ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่จะห่อหุ้มกายเล็กได้ทั้งหมด ลากลู่ไปกับพื้นห้อง ตามร่างสูงที่เดินโอบอุ้มนำพากายบางนั้นไปยังจุดหมาย ก่อนผืนนวมจะหมดความหมายเมื่อถึงจุดหมายที่ต้องการ นวมหนาจึงเป็นกองผ้ากองหนึ่งที่ถูกถอดทิ้งไปอย่างไม่ใยดีอยู่หน้าบานประตูห้องน้ำ

เสียงน้ำที่ไหลกระทบพื้นกระเบื้องดังเคล้าไปพร้อมๆเสียงประทวงแลห้ามปรามมาเฟียเอาแต่ใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางแว่วหวานสั่นเครือ

กายบางอ่อนล้ายั้งยืนด้วยเรียวขาเพียงข้างเดียวเทียบไม่ไหว หากมิได้ลำแขนแกร่งคอยโอบประคอง หยดน้ำเกาะพราวบนเรือนกายเปล่าเปลือยทั้งคู่ ช่องทางรักบอบช้ำฉ่ำเยิ้ม จนเจ้าตัวไม่กล้าแม้จะเลือนสายตาลงต่ำเพื่อสบมอง หากนั้นเป็นเพราะยังมีสิ่งเชื่อมต่อคลั่งค้างไม่ยอมถอดถอนไปไหน ทั้งๆที่จบบนรักบทแรกลงไปแล้วก็ตาม ครั้นกายบางจะขยับถอยออกมาเองก็อ่อนล้าเกินกว่าจะขยับกายเองแล้ว แผ่นหลังนวลเนียนอิงกับผนังห้องน้ำที่เย็นเฉียบ แรงหอบหายใจยังจมูกมนน้อยที่เข้าออกแลดูอึดอัดกับสิ่งที่กำลังนิ่งค้างยังช่องทาง มือเล็กที่โอบรั้งรอบลำคอแกร่งยังจับยึดเหนี่ยวเอาไว้สุดแรงเพราะกลัวกายตนจะเลื่อนหล่นยังพื้นกระเบื้อง เรียวขาขาวอีกข้างที่ชายหนุ่มจับยกขึ้นเหนือพื้นยังคงถูกจับยกยันไปด้านหลังจนเกือบชิดผนัง แกนกายที่เชื่อมต่อยังช่องทางเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองแต่แรงเสน่หาอีกครั้ง และอีกครั้ง

เสียงแหบหวานเครือคราง อย่างอดกลั้น เมื่อแรงขยับ กระแทกจุดบอบบางภายในซ้ำแล้วซ้ำเล่า สายน้ำที่ไหลรินรดกายช่างหนาวเย็นจนกายสะท้าน พร้อมๆกับอารมณ์รักที่กำลังขับเคลื่อนให้ทั้งหัวใจและร่างกายได้สะท้านทรวง ความซาบซ่านทุกครั้งที่ได้สัมผัสฉุดรั้งความผิดชอบชั่วดีให้มลายหายไปจนสิ้น

ขอเพียงแค่ ตอนนี้ ตอนนี้เท่านั้น ช่วยซึมซับความรักทุกหยาดหยดให้ซึมลึกเข้าไปจนถึงก้นบึ้งของหัวใจก็เพียงพอแล้ว เพียงพอแล้วจริงๆ

“อ้า...จ...แจ...อ๊า~...แจจุง!~~”

“จุนซู...อ่า...จุนซู...อืม~~”

คลอเคลีย ครวญคราง เรียกหากันและกันอย่างไม่สิ้นสุด มอบรสจูบหวานล้ำ ดูดดื่ม จนแทบไม่อยากผละริมฝีปากออก กระแทกกระทั้นรสรักย้ำๆซ้ำๆ ปลดเปลื้องอารมณ์พุกพล่านยังส่วนอ่อนไหวบอบบาง รูดรั้งให้ถึงสวรรค์จนกายบางสะดุ้ง เสียวกระสัน จากสมองจรดปลายเท้า กายบางสั่นเทิม กระตุนกายปลดปล่อยหยาดน้ำนมเปรอะเปื้อนยังหน้าท้องแกร่ง ก่อนจะลามไหลเยิ้มตามเรียวขาขาวและเจือผสมไปกับสายน้ำไหล แรงตอดรัดถี่กระชั้นเร่งเร้าความร้อนลุ่มของมาเฟียหนุ่มให้ขยับสวนกายเข้าออก ปลายทางปะทุขึ้นมาทุกที
เร่งเร้าเสือกใสความปรารถนายังช่องทางรักซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

“อีกนิด....อ่า....จุนซู......”

ริมฝีปากร้ายเปล่งเสียงครางแหบต่ำสั่นพร่า กระชับมือจับรั้งสะโพกอวบอิ่ม เข้ารองรับ หยาดอารมณ์ที่กำลังจะถึงขีดสุด กายแกร่งกระตุกเกร็งปลดปล่อยหยาดน้ำรักให้ชุ่มฉ่ำภายในเป็นรอบที่สองของเช้านี้

“อ๊า~~จ....แจจุง!~~”

แจจุงก้มจุมพิตริมฝีปากบางที่กำลังเผยออ้า หอบหายใจปนครวญครางในลำคอ เป็นรางวัลปลอบใจคนเก่ง ก่อนจะถอดถอนแกนกายออกจากช่องทางบอบช้ำช้าๆ เบาๆ แลค่อยๆปล่อยเรียวขาขาวที่จับยกชันผนังให้ลงเคียงคู่อีกข้าง แผ่วเบาไม่แพ้กัน แต่ด้วยแรงอ่อนล้าเกินกว่าจะยั้งยืนด้วยเรียวข้างทั้งสองข้างได้ มือบางที่คล้องรอบลำคอแกร่งจึงยังกระชับอยู่เช่นนั้นไม่ยอมปล่อย มือหนาเอื้อมจับรั้งเอวคอดเอาไว้กันจุนซูร่วงลงไปนั่งกองกับพื้นกระเบื้อง แผ่นหลังเนียนเอียงผิงผนังไว้เช่นเดิม สายตาคมเหลือบมองต้นขาขาวที่เกาะพราวไปด้วยหยดน้ำที่ไหลกระทบกาย ภายใต้หยดน้ำใสที่กำลังรินรดกายทั้งคู่ เรียวขาของจุนซูกลับเต็มไปด้วยหยาดน้ำสีขาวขุ่น ไหลลามออกมาจากเบื้องหลัง อย่างมากมาย

แจจุงยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบไล้ต้นขาขาวไปมา

“ไม่นะ!!.....แจ...แจจุง....พอ...พอแล้ว”

เสียงหวานละล่ำละลักบอกมาเฟียหนุ่มเอาแต่ใจด้วยความเหนื่อยล้า ขอบตาปริ่มหยดน้ำเตรียมร้องไห้โฮ

“ก็ไม่ได้จะทำอะไรเสียหน่อย แค่จะอาบน้ำให้เท่านั้น อย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เพราะชั้นไม่ได้จะฆ่านาย จุนซู แล้วก็เอามือคล้องคอชั้นไว้อย่างนี้ห้ามปล่อย!!”

เสียงทุ้มทรงอำนาจสั่งเด็ดขาดจริงจัง แจจุงเช็คถูทำความสะอาดกายให้จุนซูอย่างเบามือ มันเหมือนกับตนได้ย้อนเวลาไปเมื่อห้าปีก่อน ตอนที่พี่ชายอย่างเขาอาบน้ำให้กับเด็กน้อยผู้เป็นน้องชายผู้น่ารัก

ความอ่อนโยนอย่างแปลกประหลาดได้ก่อเกิดและเกาะกุมหัวใจของบุคคลทั้งสองทีละไม่น้อยเสียแล้ว
ความสับสนที่กำลังวิ่งเข้าหา คือความจริงที่หัวใจกำลังสัมผัสได้ ว่าสิ่งนั้นคือความรัก

.
.
.
.
.

อาหารเช้าที่ตั้งโต๊ะรอ เย็นชืดแล้วเย็นชืดอีก เมื่อผู้เป็นนายไม่มีทีท่าว่าจะมานั่งรับประทานแต่อย่างใด ผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมงแล้วที่อาหารเช้าตั้งโต๊ะรออยู่เช่นนี้ ในวินาทีที่คีย์ละล้าละลังว่าจะทำเช่นไรดี
แจจุงก็เดินนำจุนซูมาด้วยชุดเสื้อกล้ามสีเทาสวมทับด้วยเชิ้ตลายสก็อตสีน้ำเงินเข้มแขนยาวที่ถูกพับปลายแขนมาจนถึงข้อศอก เข้าคู่กับกางเกงยีนส์สบายๆสีขาวสะอาดตา ผิดกับชุดของจุนซูที่ด้านบนสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวตัวใหญ่ ใหญ่ขนาดที่ว่าชายเสื้อคุมลงมาจนถึงเข่า หากมองด้วยตาเปล่าคงจะคิดไปเองว่าใต้ขาอ่อนที่โชว์ความขาวเนียนนั้นจะมีอะไรปกปิดไว้หรือไม่ เบื้องล่างสวมใส่เพียงกางเกงขาสั้น ที่จะเรียกว่ากางเกงก็คงจะไม่ถูกเสียทีเดียว เพราะแท้จริงมันคือชั้นในแบบบ็อกเซอร์มากกว่า



-ก่อนหน้านี้-

หลังจากทั้งคู่อาบน้ำร่วมกันนานนับครึ่งชั่วโมง แจจุงก็อุ้มร่างจุนซูที่ถูกห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูผืนหนาออกมาจากห้องน้ำจนได้ แจจุงวางร่างจุนซูลงกับเตียงนุ่ม ก่อนจะเดินไปยังตู้เสื้อผ้าเลือกหาชุดที่พอดีๆกับร่างบางเลือกไปเลือกมาเจ้าตัวก็นึกสนุกอย่างจะแกล้งคนน่ารักขึ้นมา จากที่คิดว่าจะหาชุดที่น่าจะพอดีตัว เลยกลับกายเป็นหาชุดที่ใหญ่กว่าตัวมากๆเสียอย่างนั้น แจจุงหยิบเสื้อเชิ้ตสีดำแขนยาวตัวใหญ่ออกมา ก่อนจะโน้มตัวก้มลงเลื่อนเปิดลิ้นชักด้านล่าง และหยิบชั้นในแบบบ็อคเซอร์สีน้ำเงินเข้มออกมาหนึ่งตัว พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังมุมปาก

แจจุงเดินกลับไปหาร่างเล็กที่นั่งจุ่มปุ๊กอยู่บนเตียง ยื่นชุดที่เขาเลือกและหยิบติดมือมาให้กับจุนซู ด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉยผิดกับสีหน้าตอนที่เลือกชุดนี้มาราวกับคนละคน มือเล็กรับชุดที่ยื่นมาให้ด้วยความไม่คิดอะไร แต่เมื่อร่างสูงเดินจากไปเพื่อแต่งตัวให้กับตัวเอง จุนซูก็พบว่าชุดที่อยู่ในมือเขานั้น มันไม่ปกติเสียแล้ว
เสียงแหบหวานจึงเอ่ยเรียกทักชายหนุ่มที่ติดกระดุมกางเกงยีนส์สีขาวเรียบร้อยแล้วและกำลังสวมเสื้อกล้ามสีเทาอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าซึ่งไม่ไกลจากเตียงที่เขานั่งนัก

“เลือกชุดใหม่ให้ผมได้มั้ย? เสื้อยืดหรือกางเกงผ้าธรรมดาๆ อย่างที่ผมใส่เมื่อวานก็ได้”

แจจุงลอบยิ้มก่อนจะหันมาตีหน้าซื่อ เอ่ยตอบจุนซูด้วยน้ำเสียงยียวน

“แบบนั้นมันรัดเกินไป กลัวนายจะไม่สบายตัว ใส่เสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ๆนั้นแหละดีแล้ว ส่วนกางเกงไม่ต้องใส่หรอก ใส่แค่บ็อกเซอร์ก็พอ นายยังเจ็บตรงนั้นอยู่ไม่ใช่หรอจุนซู?”

“แต่ว่ามัน.....”

จุนซูก้มหน้ามองชุดที่อยู่ในมืออย่างช่างใจ จนแจจุงเดินเข้ามารั้งชุดในมือและจับผ้าขนหนูที่พันรอบตัวออกไป แจจุงยกเสื้อเชิ้ตขึ้นทาบหลัง เพื่อให้จุนซูสอดแขนเข้าแขนเสื้อ แต่จุนซูตกใจเกินกว่าจะสอดแขนเข้าแขนเสื้อเสียแล้ว เจ้าตัวรีบคว้าจับผ้าขนหนูที่ค่อยๆล่นออกจากร่างตนแทบจะไม่ทัน แผ่นอกเนียนเรียบโผล่พ้นผ้าขนหนู ที่บัดนี้ได้เลื่อนลงไปกองอยู่ที่หน้าตักเสียแล้ว ขอแค่ผ้าขนหนูยังอยู่ จุนซูก็โล่งใจมากแล้วล่ะ

แขนเล็กจึงยอมสอดเข้าตามแขนเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ ทั้งๆที่มือตัวเองก็มือ แต่มือที่กำลังกัดกระดุมให้กลับกลายเป็นมือของแจจุงเสียนี่ ก็เพราะมือเล็กกำลังจับรั้งไม่ให้ผ้าขนหนูเลื่อนออกไปจากหน้าขาน่ะซิ ด้วยแขนเสื้อที่ยาวเลยเรียวแขนเล็กไปมาก แจจุงจึงนั่งยองๆลงข้างเตียง และบรรจงพับแขนขึ้นไป ทีละชั้นสองชั้นจนมันพอดีกับเรียวแขนนั่นแหละถึงจะพอใจ และทำท่าจะดึงผ้าขนหนูที่คุมท่อนล่างออก หมายจะใส่บ็อกเซอร์ให้อีกตัว จะได้ครบเซตไปเลย

“ผมใส่เอง”

จุนซูจับมือแจจุงให้หยุดอยู่แค่นั้น ก่อนจะจับบ็อกเซอร์มาสวมโดยมีผ้าขนหนูกั้นปิดไม่ยอมให้อีกฝ่ายที่ยืนมองได้เห็นมากไปกว่านั้น แจจุงหัวเราะในลำคอและเดินห่างออกไปเพื่อสวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตทับเสื้อกล้ามอีกที




-ปัจจุบัน-

แจจุงเดินอมยิ้มมาตลอดทางหลังจากที่ออกมาจากห้องนอนหลังใหญ่จนมาถึงโต๊ะอาหารนี้ เขาก็ยังไม่ยอมหุบยิ้ม นอนจากคีย์และแทมินที่ยืนรวมกันอยู่ที่หัวโต๊ะจะแปลกในใจรอยยิ้มของนายท่านแล้ว ชางมินและชีวอนที่พึ่งจะขึ้นมาบนบ้านก็แปลกใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อทั้งชางมิน ชีวอน คีย์ และแทมิน หันไปเห็นร่างเล็กๆที่เดินตามหลังนายท่านมาก็ถึงกับตาโตด้วยความตกใจ ตกใจยิ่งกว่าเห็นนายท่านยิ้มเสียอีก ก็ชุดที่ จุนซูใส่ มันชวนให้เสียววาบเสียจริง จนชีวอนถึงกลับหันหน้าหนีไปมองทางอื่นเลยทีเดียว

จุนซูอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว คนมากมายกำลังจ้องมองเขาราวกับเป็นตัวประหลาด แน่ละ เพราะคิมแจจุงกำลังแกล้งเขาให้อับอาย

แจจุงนั่งลงบนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่หัวโต๊ะอาหาร ส่วนจุนซูยังยืนใช้มือจับชายเสื้อที่ทำท่าจะเปิดขึ้นทุกครั้งเวลาที่ลมพัดโชยขึ้นมาจากทะเล ด้วยท่าทางน่าเอ็นดูนั้น ยิ่งทำให้มาเฟียหนุ่มสนุกมากขึ้นกว่าเดิม

“นั่งสิจุนซู จะยืนค้ำหัวชั้นไปถึงไหน”

ด้วยนำเสียงทีเล่นทีจริงของแจจุงทำให้จุนซูรู้สึกอยากจะหายตัวไปจากที่นี้เสียเดี๋ยวนี้ ทำไมเขาถึงเสียเปรียบให้อีกฝ่ายเสมอเลยนะ ทำไมกัน

จุนซูจำใจค่อยๆหย่อนกายลงนั่งอย่างระมัดระวังในหลายๆเรื่อง เพียงแก้มสะโพกแตะพื้นไม้ของเก้าอี้ ความเย็นจากเบื้องล่างก็พัดผ่านเข้ามาเสียจนแทบจะนั่งไม่ติดไหนเลยจะความรู้สึกเจ็บแปลบๆนี่อีก จุนซูจึงนั่งอยู่ในท่าที่หมิ่นเหม่ขอบเก้าอี้ ทุกการกระทำล้วนอยู่ในสายตาของบุคคลที่ล้อมรอบกาย

คีย์ยกถ้วยกาแฟหอมกลุ่นที่พึ่งริมออกจากกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเตรียมข้างๆ เดินเข้ามาเสิร์ฟให้แจจุง พร้อมกับแทมินที่เดินยกโถข้าวต้ม และตักข้าวต้มลงชามกระเบื้อง ที่ว่างอยู่เบื้องหน้าจุนซู

“ขอบใจนะแทมิน”

จุนซูยิ้มรับพร้อมเอ่ยขอบใจแทมินตามมารยาท เด็กหนุ่มยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี ผิดกับเด็กหนุ่มอีกคนที่แม้จะแย้มยิ้มให้กับเจ้านาย แต่เพียงแค่จุนซูเผลอหันไปสบตาด้วย ดวงหน้าสวยกับบึ้งตรึงใส่ตนในทันที

จุนซูนั่งตักข้าวต้มเข้าปากไปเงียบๆ ไม่เอ่ยพูด ไม่ถามสิ่งใด บริเวณโดยรอบโต๊ะอาหารริมระเบียงบ้านจึงมีแต่เสียงพูดคุยของแจจุงกับลูกน้องคนสนิทอย่างชางมิน และชีวอน แจจุงอ่านหนังสือพิมพ์ที่ชีวอนยื่นให้พลางถามคำถามชายหนุ่มทั้งสองคนไปมา เท่าที่จุนซูพอจะจับใจความได้ เรื่องที่คุยล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องงาน
ก่อนทุกอย่างจะสรุปด้วยการออกคำสั่งให้ชีวอนขึ้นฝั่งไปกับตนและให้ชางมินอยู่บนเกาะกับเขา

หลังอาหารมื้อเช้าสิ้นสุดลง แจจุงได้ขึ้นฝั่งไปกับชีวอนโดยทันที ส่วนจุนซูก็กลับเข้าห้องเพื่อที่จะเปลี่ยนเสื้อผ้าในทันทีเมื่อแจจุงออกไป แต่ทุกอย่างก็ช่างโชคร้าย เมื่อจุนซูเปิดตู้เสื้อผ้าออกดู เสื้อผ้าทั้งหมดที่มีกลับเป็นเสื้อเชิ้ตแบบที่เขาใส่อยู่นี้ ไม่ผิดไปสักตัวเดียว พลันประโยคหนึ่งก็ดังขึ้นมาในทันที

‘หวังว่าถ้าชั้นกลับมาแล้ว นายจะยังใส่ชุดนี้อยู่นะจุนซู’

“คิมแจจุง ไอ้มาเฟียโรคจิต!!”

นี่อาจจะคำด่าที่ร้ายแรงที่สุด เท่าที่คิมจุนซูเคยด่ามาแล้วก็เป็นได้

ด้วยความที่ไม่อยากจะออกไปเดินเล่นเรื่อยเปื่อยด้วยชุดอันแสนอับอายชุดนี้บวกกับความอ่อนล้าที่สะสมมาทั้งคืนกับอีกค่อนเช้า จุนซูเลยเผลอหลับสบายภายในห้องและเตียงนอนที่เปลี่ยนผ้าปูใหม่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครอีกคนที่จ้องมองตนด้วยความอาฆาตแค้นมากเพียงใด

เมื่อทุกอย่างสบโอกาส คีย์จะลงมือทันทีโดยไม่คิดจะรีรออีกต่อไป!!!
.
.
.
.

“ซักผ้าปูที่นอนเน่าๆนี่ด้วย แค่ใช้มือจับมาก็ขยะแขยงจะแย่”

เมื่อร่างเพรียงบางของคีย์เดินมาถึงห้องซักหลังตัวบ้าน สองมือที่หอบกอบผ้าปูเตียงและผ้านวมผืนหนาก็ออกแรงโยนสิ่งที่หอบมาทั้งหมดลงกับพื้นอย่างไม่ใยดี ทั้งยังแสดงสีหน้าจงเกลียดจงชังอย่างปิดไม่มิด

แทมินเดินเข้ามาหากองผ้าปูเตียงและนวมเนื้อดี และทรุดกายลงนั่งจับผ้าเนื้อดีอย่างทะนุถนอม ผิดกับการกระทำของคนเป็นพี่อย่างสิ้นเชิง ใบหน้าอ่อนหวานเยาว์วัยของแทมินไม่แสดงอารมณ์โกรธหรือไม่พอใจในการกระทำของพี่ชายตนเองเลยสักนิด เพราะแทมินเข้าใจนิสัยผู้เป็นพี่ชายดี

“เดี๋ยวแทมินจัดการเองฮะพี่คีย์ งานเหลืออยู่ไม่กี่อย่าง แค่ซักผ้าปูเตียงกับนวมนี่ก็เสร็จแล้วล่ะฮะ”

ริมฝีปากบางเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบร้อยไร้แววประชดประชัน และเต็มใจทำ

“มันก็ต้องอย่างนั้นอยู่แล้ว ชั้นไม่มีวันมานั่งซักผ้าปูเตียงที่เปื้อนคาบอะไรต่อมิอะไร ของคนที่ชั้นไม่ชอบขี้หน้าอย่างคิมจุนซูหรอกนะ ถ้านายท่านไม่สั่งอย่างหวังว่าชั้นจะไปรับใช้มันเลย สำออย!!”

ทั้งสีหน้าและท่าทาง ไม่มีเลยสักนิดที่จะพูดถึงอีกฝ่ายด้วยความหวังดี

“พี่คีย์ฮะ อย่าพูดถึงคุณจุนซูอย่างนั้นสิฮะ”

“ทำไม? ชั้นจะพูดอย่างนี้ใครจะทำไม? มันเป็นพี่แกแทนชั้นหรือไง? ถึงได้ปกป้องมันนักน่ะแทมิน!!”

คีย์เดินมาใกล้แทมิน ทั้งยังทำทีท่าไม่พอใจ ดุด่าน้องชายตนราวกับคนอื่นคนไกล แต่ท่าทีทั้งหมดกับมลายไปเมื่อเสียงๆหนึ่งเอ่ยแทรกเข้ามา

“มันไม่ทำไมหรอกและใครก็ไม่ทำไมด้วยถ้าหากนายจะพูดอย่างนั้น แต่ถ้าคุณแจจุงได้ยิน ชั้นไม่รับรองว่านายจะไม่เป็นอะไรนะคีย์.....อ่อ แทมิน ถ้าทำงานเสร็จหมดแล้วขึ้นไปอยู่เป็นเพื่อนจุนซูที่ห้องด้วยนะ”

เอ่ยจบชางมินก็เดินจากไปราวกับไม่มีอะไรขึ้น ทั้งสีหน้าและแววตา เฉยชาเกินกว่าคีย์จะทนรับได้ ร่างทั้งร่างของคีย์แทบจะเต้นเร่าๆไปด้วยความโกรธที่ปะทุอยู่ในกายจนแทบจะระเบิดออกมา

คอยดูต่อไป คอยดูกันต่อไปเถอะ ว่าสุดท้ายใครมันจะชนะ!!!
เมื่อถึงวันนั้นแกนั่นแหละ ที่จะมาร้องขอคนอย่างชั้น ชิมชางมิน!!!




-ทางด้านยูชอน-

สองพี่น้องลงเครื่องและมาถึงเกาะเชจูเรียบร้อยแล้ว แลดูยูฮวานจะร่าเริงอย่างเด็กหนุ่มที่ลืมป่วย นั่นก็เรียกรอยยิ้มให้กับคนเป็นพี่ได้มากโขแล้ว ยูชอนลงเครื่องมาถึงเชจูในช่วงเช้าสายๆ สองพี่น้องพากันขึ้นรถเพื่อมายังโรงแรมที่ได้จองไว้ล่วงหน้าเพียงหนึ่งวัน

“ปาร์ค ยูชอน ที่จองล่วงหน้าไว้ จากโซลน่ะครับ”

ยูชอนเอ่ยบอกพนักงานสาวรีเซฟชั่นประจำฟร้อน ก่อนสาวเจ้าจะตอบรับและคีย์หาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ก่อนทุกอย่างจะเป็นไปตามขั้นตอนเมื่อเจอรายชื่อแขกที่จองห้องเอาไว้ และยื่นคีย์การ์ดห้องพักให้ชายหนุ่มไป ก่อนจะเอ่ยขอบคุณเสียงอ่อนเสียงหวานและส่งต่อหน้าที่นำทางให้กับพนักงานหนุ่มต่อไป กระเป๋าเดินทางของสองพี่น้องนั้นมีไม่มากมายแต่กระเป๋าลากคนละใบ แต่พนักงานหนุ่มที่แสนจะเอาใจใส่ลูกค้าก็ช่วยทำหน้าที่หยิบจับแทน

ห้องพักของยูชอนอยู่ชั้นที่ 9 เดินออกจากลิฟต์แก้วและเลี้ยวไปตามทางเดินไม่เท่าไหร่ก็ถึงห้องของเขาแล้ว พนักงานหนุ่มวางกระเป๋าลงตรงหน้าห้องก่อนจะ โค้งตัวขอบคุณและเอ่ยลาจากไป ยูชอนแนบคีย์การ์ดกับขอบประตู ส่งสัญญาณและเปิดออก เมื่อประตูห้องเปิดอ้า ยูฮวานก็รีบวิ่งเข้าไปภายในห้องใหญ่โดยทันที ร่างบางวิ่งไปรั้งผ้าม่านที่ปิดกระจกหน้าต่างบานใหญ่ออก ก่อนจะส่งเสียงร้องตื่นเต้นดีใจออกมาเสียยกใหญ่ เมื่อเห็นชายทะเลที่อยู่เบื้องหน้าอย่างไกลสุดลูกหูลูกตา

“ทะเลๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ พี่ชายทะเลๆๆๆ เล่นน้ำทะเลกันเถอะ!!!”

ยูฮวานวิ่งมาจับแขนยูชอนเขย่าไปมา อย่างสนุกสนาน ตื่นเต้นอยากจะลงเล่นน้ำ

“เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ ใส่ขายาวเล่นน้ำได้นะ แล้วไม่หิวหรือไง หืม?”

ยูชอนยิ้มรับ พลางใช่มือลูบหัวน้องชายไปมาอย่างเอ็นดู ถามไถ่ว่าหิวหรือไม่ เพราะนี่ก็สายจนใกล้จะเที่ยงแล้วเสียด้วย

“ยังอ่ะ ยูฮวานยังไม่หิว เล่นน้ำกันเถอะนะ นะๆๆๆๆๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าๆๆ”

ยูฮวานตีสีหน้าได้น่ารักเสียจนพี่ชายหุบยิ้มไม่ได้เสียแล้ว มือหนาเปิดกระเป๋ายูฮวานออก ก่อนจะหยิบเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงสามส่วนส่งให้น้องชายเพื่อเปลี่ยนชุดลงไปเล่นน้ำอย่างที่เด็กน้อยร้องขอ

ก่อนทั้งสองพี่น้องจะลงมาจากห้องและไปนั่งทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม เพียงเพราะยูฮวานต้องทานยาให้ตรงเวลาในทุกๆวัน แม้เจ้าตัวจะดูงอแงไปบ้างเพราะถูกขัดใจให้กินอะไรรองท้องก่อนจะลงเล่นทะเล แต่ยูฮวานก็รู้เรื่องและน่ารักพอที่จะทำตามที่คนเป็นพี่บอกได้แทบจะปกติดีทุกอย่าง พัฒนาการที่ดีขึ้นมากของน้องชาย ทำให้ยูชอนแทบไม่ยากจะละสายตาและปล่อยน้องให้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป


-ทางด้านแจจุง-

แจจุงขึ้นฝั่งมากับชีวอนเพียงสองคน เพื่อเดินทางมาดูกิจการโรงแรมที่อยู่บนฝั่ง และมันจะบังเอิญมากไปมั้ยหากโรงแรมที่คิมแจจุงเป็นเจ้าของ คือโรงแรมที่ปาร์คยูชอนกำลังพักอยู่นี้

แน่นอนการที่ยูชอนมาเชจู มิใช่ว่าเขาจะรู้ว่าจุนซูอยู่ที่ใด และไม่เคยรู้ด้วยว่าแจจุงมีกิจการโรงแรมที่นี่
มันคือความบังเอิญหรือโชคชะตากันแน่?

แจจุงเดินเข้าโรงแรมด้วยท่าทีสง่า แม้ชายหนุ่มจะสวมใส่เครื่องแต่งกายแบบธรรมดาทั่วไปก็ตาม แต่เขากลับเป็นจุดสนใจกับทุกๆคนที่เดินผ่านให้หยุดมอง แจจุงไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนออกมาจากเกาะส่วนตัวเลยสักนิด สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาคงจะเป็นแว่วกันแดดสีดำ และท่าทางการเดินที่ไม่รู้สรรหาคำใดมาเปรียบได้ของเขา พนักงานต้อนรับหรือแม้แต่ผู้จัดการแทบทุกฝ่าย ตกใจเสียยิ่งกว่าอื่นใด เมื่อปากต่อปากได้บอกต่อๆกันว่า นายได้มาเยี่ยมกิจการ ที่นานนับปีได้ ที่เจ้านายไม่เคยมาที่นี่อีกเลย นับตั้งแต่เกิดเรื่องในครอบครัวครั้งนั้นเมื่อสองปีก่อน

ชายวันกลางคนผู้ซึ่งเป็นผู้จัดการโรงแรมคนปัจจุบันกุลีกุจอ ออกมาต้อนรับ โค้งทำความเคารพเจ้านายหนุ่มที่ดูอย่างไงก็เด็กว่าตนหลายเท่า ด้วยความนอบน้อม แจจุงไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะนอบน้อมต่อตนมากแค่ไหน เพราะถ้ากิจการย้ำแย่หรือขาดทุน ก็ต้องถูกไล่ออกอยู่ดี

“สวัสดีครับท่าน ยินดีอย่างยิ่งที่ท่านกลับมาเยี่ยม In Heaven อีกครั้ง นายท่านน่าจะบอกพวกเราล่วงหน้าเสียหน่อยนะครับทางเราจะได้จัดเตรียมต้อนรับนายท่านไว้”

ผู้จัดการเอ่ยต้อนรับด้วยใบหน้าระเรื่อ โค้งเนื้อโค้งตัวจนแทบจะชิดติดพื้น

“ไม่จำเป็นหรอก แค่พาชั้นไปดูการบริหารโรงแรมก็น่าจะพอ จะได้เลือกถูกว่าใครควรจะอยู่ใครควรจะไป”

เสียงทุ้มเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่าอีกฝ่ายจะแสดงสีหน้าเจื่อนมากน้อยแค่ไหน ร่างสูงหยุดยืนอยู่หน้าลิฟต์แก้วเพื่อรอขึ้นไปยังห้องผู้บริหารของโรงแรงที่อยู่ชั้น 19 โดยไม่คิดจะใช้ลิฟต์ของพนักงานโรงแรม ผู้จัดการทำท่าจะกดลิฟต์เพื่อบริการให้แต่ชีวอนก็ไวกว่ามากนั่นแหละ เรียกสายตาขุ่นเคืองจากผู้จัดการวัยกลางคนได้เป็นอย่างดี

เมื่อประตูลิฟต์แก้วเปิดออกร่างสูงก้าวก็เข้าไปยืนภายในกอบสี่เหลี่ยมใส ตีสีหน้านิ่งและดุดัน แลหล่อเหลาอย่างร้ายกาจ ดวงตาคมที่สะกดนิ่งทุกการเคลื่อนไหว โชคดีเหลือเกินที่มันอยู่ภายใต้กรอบแว่นดำมืดนี้ และนั่นคือความคิดของผู้จัดการวัยกลางคน ชีวินยืนอยู่ด้านขวาของแจจุง ส่วนผู้จัดการยืนอยู่ทางด้านซ้าย ทั้งชีวอนและผู้จัดการทิ้งระยะห่างจากเจ้านายหนุ่มในระยะพอๆกัน ประตูลิฟต์เลื่อนปิดลงพร้อมกับร่างของสองพี่น้องที่เดินออกมาจากห้องอาหารของโรงแรม ที่อยู่ใกล้กับลิฟต์แก้วตัวหลักของโรงแรม

ด้วยความที่ยูฮวานชอบมอง สภาพโดยรอบของโรงแรมหรูนี้ด้วยความเพลินตา สายตาจะไม่จับจ้องลิฟต์แก้วตัวนี้จึงเป็นไปแทบไม่ได้เลย ร่างเล็กยืนตกตะลึงอยู่กับที่ แลเสียงที่เอ่ยเจื้อยแจ้วและร่าเริงขึ้นทุกขณะเพราะจะได้ลงเล่นน้ำ พลันหยุดลงอย่างกะทันหันเมื่อสายตาเรียวสบเข้ากับลิฟต์แก้วที่กำลังปิดประตูลงยังอยู่เบื้องหน้า แม้เพียงเศษเสี้ยวของใบหน้าภายใต้กรอบของแว่นตา ยูฮวานก็จำได้อย่างแม่นยำว่าชายผู้นั้นคือใคร

ลิฟต์แก้วเลื่อนขึ้นไปแล้ว แจจุงไม่ได้สนใจว่าบุคคลที่เดินผ่านหน้าลิฟต์ไปจะเป็นใคร และยิ่งเป็นไปไม่ได้หากจะให้แจจุงลดสายลงต่ำเพื่อมองมายังเบื้องล่าง

และนั่นคือการพบกันอีกครั้งของปาร์คยูฮวานกับคิมแจจุง แม้แจจุงจะไม่ได้รับรู้ว่าอีกฝ่าย เฝ้ามองตนอยู่ก็ตาม

ด้วยความตกตะลึงยุฮวานจึงยืนนิ่ง หน้าซีดเสียจนคนเป็นพี่แปลกใจ ยูชอนเห็นยูฮวานจ้องลิฟต์แก้ว แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีอะไร เพราะก็ขึ้นลิฟต์นั้นกันมาแล้ว น้องอาจจมองทุกสิ่งไปทั่วด้วยความตื่นเต้น แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ มันผิดแปลกเกินไป

“ยูฮวาน.....น้องเป็นอะไร?”

ยูชอนปล่อยมือที่กุมมือเล็กเอาไว้ ก่อนจะเดินมาประจันหน้าน้องชาย หน้ายูฮวานดูนิ่งค้างเหมือนเจอสิ่งที่ทำให้ตกใจกลัว ก่อนริมฝีปากบางจะเอือนเอ่ยบางสิ่งให้ประสาทการรับรู้ของพี่ชายแทบหยุดทำงาน

“พี่แจจุง..............”




TBC………






Talk: ยาวนานเหลือเกิน *กรีดร้องงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง*
ขอโทษทุกคนอย่างมากนะคะที่ก้อยหายไปนานมากๆเลย กี่เดือนนะ *นับนิ้ว* 4 เดือนสินะคะ=[]=
TT[]TT เจ็บปวดดดดดดดดดดดดดด ปล่อยให้ทุกคนรอยาวนานมากๆ อย่าพึ่งลืมกันนะคะ เพราะช่วงต้นปียุ่งอย่างหาที่สุดมิได้เลยค่ะ พอจะปั่นเดือนกุมภาก็มาติดตรุษจีน แล้วก็ปัญหาชีวิตอีกมรสุมโฮกๆ มีนาก็ยุ่งเพราะครอบครัวมาบ้าน มีเวลาแตะคอมก็ได้แต่นั่งเวิ่นไปวันๆ ไม่สามารถพิมพ์ฟิคได้ เพราะใช้คอมร่วมกับพี่ชาย และน้องชายก็นั่งหน้าแป้นแล้นเคียงกายทุกวันๆTT^TT พอหมดเดือนมีนา ต้มเมษาก็คอนผู้ชายอีก ยิงยาวมากๆเลยค่ะ เท่าที่พบปะแฟนฟิค(แบบบังเอิญ)ทั้งในวันแถลงข่าวและวันคอน ก้อยก็รับปากไว้ว่าจะลงหลังคอนแน่นอน ดีใจมากที่สามารถทำตามคำสัญญานั้นได้ *ร่ำไห้* มาต่อแล้วนะคะทุกคน^^

พูดถึงเนื้อหาในพาร์ทนี้บ้าง โอ้วววว ช่างหลากหลายอารมณ์มากเลยทีเดียว หวังว่าจะถูกใจกันไม่มากก็น้อยนะคะ หลายฟิวมากๆเลย แต่งไปอินไปค่ะ แต่ละฟิวก็บิ้วคนละเพลง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตอนแรกแอบลบทิ้งไป3หน้านะคะ 3หน้าที่ลบคือNC ก็ว่าจะไม่ให้มี ไปๆมาๆมีก็โอนะ แต่พอแต่งไป สนิมเกาะมว๊ากกกก เลยลบทิ้งดีกว่า พอเริ่มแต่งต่อก็ดันวกกลับไปหามันอีก แล้วดันไปฟังเพลงIDS ของสามหนุ่ม พอดีก้อยชอบเพลงนี้ค่ะ แต่ไม่คิดจะฟังตอนปั่นฟิค แล้วคึกไปฟังซะงั้น ฉากอย่างว่าเลยพุดมาอย่างกระหน่ำซัมเมอร์ ฉุดไม่อยู่เลยทีเดียว แต่ก้อยก็ยังให้เรทเป็นPG-13 เช่นเดิม เพราะไม่คิดว่ามันจะมากมายไปกว่านั้น แล้วก็ใช้ภาษาไม่ได้โจ่งแจ้งมากมายด้วย(เนอะ) *ถามใคร?* หวังว่าอย่างนั้น

อ่านพาร์ท15นี้แล้ว มีความรู้สึกรักพ่อมาเฟียมากขึ้นมั้ยคะ? ก้อยโคตรรักเลยค่ะ 555555555+ พี่แจดูเปลี่ยนไปทีละนิด ชอบจัง *เพ้อ* ยิ่งไปเห็นชุดมาเฟียที่พี่แจใส่ไปไต้หวัน โอ้ววววววววว ช็อยมากมันช็อยมากเลยค่ะคุณพี่ แอบคิดไปเองว่าพี่แจเอาช็อยไปอ่านหรือเปล่า กร๊ากกกกกกกกกก อิมเมจให้มากๆเลย
ในตอนนี้ก้อยเครียดตอนบรรยายชุดพี่แจค่ะ 55555555+ หยุดพิมพ์ไป5นาทีเลยทีเดียว เพื่อมานั่งทำความเข้าใจและสามารถบรรยายออกมาได้ โอ้ยยยยยยยยยยย ทำไมพูดเยอะอย่างนี้นะ ขอโทษทุกคนมากๆค่ะ พูดเยอะเป็นช็อตฟิคเรื่องหนึ่งแล้ว กร๊ากกกกกกกกกกกกก

เอาเป็นว่าก้อยไปก่อนดีกว่า
ขอบคุณทุกคนมากๆที่รอคอย และจิกทวงทุกครั้งที่พบเจอก้อย ขอบคุณที่จริงๆนะคะ

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ^^(จะพยายามรีบมาต่อนะคะ)

edit @ 25 Apr 2011 20:58:38 by masoo

edit @ 25 Apr 2011 21:02:41 by masoo

edit @ 23 Aug 2011 19:45:17 by masoo

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ว้าววว พาร์ท 15 ที่รอคอยยยย

#1 By loma_junsu (183.89.34.193) on 2011-04-25 21:18

อัยย่ะ !!!
สมกับที่รอมานาน ><''
ดูเหมือนตอนหน้าจะมีฉากประชันหน้ากันระหว่างแจจุงกับยูชอน รึเปล่า??
ส่วนตัวอยากน่ะ แบบแจทิ้งประโยคเด็ดๆให้ปาร์คเจ็บ แอร๊ยย คิดไปไหนเนี่ย 555'

สงสารน้อง โดนหนักน่ะเราอ่ะ คึคึ ><
ยิ่งอ่านยิ่งเกลียดคีย์ขึ้นทุกทีๆๆ

สู้ต่อไปนะ่คะ่ พี่ก้อย สู้ๆๆๆๆ Fighting !!

#2 By 13ongxiah (125.27.54.162) on 2011-04-25 21:23

ยาวนานจิงๆคะไรเตอร์
และก้อเจ็บปวดทุกครั้งทีู่้ว่ายังไปอัพ

5555
แต่ก้อยังคงรอคอยยย
และก้อสมการรอคอยคะถึงแม้จัหวังให้ยาวกว่านี(ได้คืบจะเอาศอกสินะ)

ขอบคุณนะคะ สนุกมากจิงๆ
และจะรอคอยต่อไปค่ะ

#3 By loma_junsu (183.89.34.193) on 2011-04-25 22:19

มาแบบไม่ให้ตั้งตัวเลยนะคะ

เปิดมาเจอพาท 15 กรี้ดบ้านแตกเลย

อร้ายยยย ตอนนี้ที่รอคอย แจจ๋าน่ารักไปไหนค้าาา

ใจจะละลาย แต่แจจ๋าหื่นนะเนี่ย จุนจังชํ้าแล้ว555+

#4 By tokay (125.24.23.254) on 2011-04-26 13:51

นอกพระเอกจะหล่อ ดูดี เท่โฮกๆ เลว โหด ดิบ และเถื่อน พระเอกยังต้องหื่น!!!!!!!!!! ด้วยค่ะ 5555555555555555555+

#5 By masoo on 2011-04-26 17:23

สมกับการรอคอย ทั้งคู่ดูสนิทกันมากขึ้น?
น้องจุนจัง ดูมีอารมณ์ร่วมกับแจจ๋าแล้ว
เอิ๊กๆ ที่ชอบที่สุด พี่แจของอิชั้นท่านน่ารัก
มากมายเลยค่ะ เจ้าเล่ห์ แสนกลจริงๆ
ตอนนี้ครบทุกรสชาติ หวานได้ใจอ่า
ตอน 16 มาไวๆ หน่อยนะคะ กำลังลุ้น
กับพี่ปาร์คเลย ว่าเมื่อเจอแจจ๋าและจุนจัง
แล้วจะเป็นไงต่อไป ลุ้นมากมายอ่ะ

ปล. ฝากบอกนังนุ้งคีย์ด้วยค่ะว่า หากหล่อน
แตะจุนจังแม้แต่ปลายเล็บ ฉันจะเล่นคุณไสย์
หล่อน เหอๆๆๆ...

#6 By note ja (183.89.90.236) on 2011-04-26 20:33

เป็นฟิค nc เรื่องแรกที่อ่านมาจนถึง พาร์ท 15 ปกติไม่ชอบฟิคเรทๆเลย แต่อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่า อินอ่ะ
คนแต่งสุดยอดค่ะ นับถือๆ มาต่อพาร์ท 16 ไวๆนะคะ
ชอบค่ะๆ

#7 By l_2kim (124.121.48.193) on 2011-05-09 19:51

พาร์ทที่ 15 มาแล้ว ดีใจสุุดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

#8 By mini (183.88.43.148) on 2011-05-12 13:54

มาแล้วววว ตกจัยเลย ต้องจุดพลุแล้วคืนนี้ 555 ^^

#9 By micphin (124.122.20.128) on 2011-05-20 17:35

อ่า 15 รอมานาน ในที่สุดก้อมาแล้ว จุดพลุ ดีไหมเนี้ย คิดถึงสุดๆเลย พาร์ทนี้น่ารักจังเลย คุนมาเฟียขี้แกล้งน้าา><ก้อเข้าจัยจุนซูน่ารักขนาดนี้คัยจาอดจัยไวหละ มาต่อเร็วๆนะคะอย่าหัยรอนานอีกเลย ทรมานมากมายTT ไรท์เตอร์ก้อสู้ๆนะคะ ^^

#10 By phinphin (124.121.178.197) on 2011-05-20 18:53

มาต่อพาร์ท 16 ไวๆเลยนะคะ
บอกตามตรงไม่อยากให้เจอเฮียปาร์คเลยอ่ะ 5555+
พาร์ทนี้แจจ๋าน่ารักมากๆเลย หนูจุนก็สงสารพี่แจเรื่อยๆ
เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์นะคะ ติดฟิคนี้มาก
ไรเตอร์แต่งสุดยอดจริงๆ

#12 By xiahero2kim (115.87.44.61) on 2011-05-21 22:38

มาแล้ว!!!
คุ้มค่ามาก55
แสดงว่าทั้งสองอเริ่มเปิดใจให้กันแล้วต่อไปนี้ก็ลุ้นๆๆ
จะรอสั่งหนังสือนะค่ะ สู้ๆ

#13 By min (124.120.116.237) on 2011-05-24 11:42

รอไรเตอร์เสมอนะค่ะ
อยากให้รวมเล่มด้วยอ่ะ
จองล่วงหน้าได้ป่ะ^^big smile

#14 By min (115.87.99.160) on 2011-06-14 21:20

http://writer.dek-d.com/2kimlover/story/view.php?id=729386

ไรท์เตอร์ เค้าฝากฟิค 2 คิมด้วยน๊า
เค้าชอบช้อยท์ของไรท์มาก เลยแต่งเรื่องนี้ขึ้นมา
อยากให้ไรท์เม้นท์ติชมดู

และเค้ายังรอพาร์ท 16 อยู่น๊า ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็จะรอ แต่มาต่อไวๆก็ดีนะคะ ^^

#15 By keep5 in 1 (124.121.51.191) on 2011-07-18 20:44

@keep5 in 1 ได้เลยค่ะ เดี๋ยวเราเข้าไปอ่านนะคะ ชอบค่ะ ฟิคสองคิม คิคิ สู้ๆนะคะ ส่วนช็อย16รอก่อนนะคะ เราป่วยค่ะ บิ้วไม่ขึ้น แหะๆๆๆ

#16 By masoo on 2011-07-22 17:49

ขอบคุณมากๆๆๆๆเลยนะคะคุณก้อย
ยังก็อยากให้คุณก้อยมาคอมเม้นท์แนะนำเค้าบ้าง
เพราะเค้าชอบการแต่งของคุณมากๆๆๆๆเลยค่ะ
เค้าจะได้นำไปปรับปรุงในการเขียนอ่าค่ะ

เรื่องช้อยท์เป็นแรงบันดาลใจให้เค้าแต่งเลยนะเนี่ย อิ อิ

ยังไงก็ป่วยหายไวๆๆๆนะคะ ตอนที่ 16 รอเท่าไหร่เค้าก็รอได้ค่ะ รักเรื่องนี้มว๊ากกกก ^^

#17 By keep5 in1 (115.87.45.232) on 2011-07-22 22:21

ไรเตอร์ คิดถึงๆๆ มากๆๆๆๆ
จะกลับมารึยัง บอกให้รอ เราก็รอได้เสมอ
หายป่วยเร็วๆน่ะ รู้สึกสังหรณ์ใจ
ว่าไรเตอร์จะคัมแบ็คเร็วๆนี้ 55+
รักไรเตอร์ รัก2KIM รักFic Choice

#18 By nook (183.89.62.22) on 2011-07-23 13:44

คิดถึง choice จิงๆๆ

#19 By min (124.122.178.14) on 2011-07-27 18:26

เพิ่งจะเข้ามาอ่านค่ะ..เรื่องราวของความรักที่เริ่มต้นจากความแค้น..อ่านแล้วบางครั้งก็เกลียดเฮียแจเข้าไส้.ทำให้ต้องเริ่มอ่านตั้งแต่ตอนแรก..ถึงได้รู้ความเป็นมา..จากเพื่อนที่รักกันมากแต่ต้องกลับกลายมาเป็นศัตรูคู่แค้น..ก็เพราะคำว่า"ความรัก"พลังงานของมันช่างมากมายมหาศาลและสามารถที่แปรเปลี่ยนเป็นอะไรหรือสิ่งใดก็ได้แล้วแต่ว่าความรู้สึกนึกคิดหรืออารมณ์ในช่วงเวลานั้นจะนำพา หากแต่ว่าสิ่งที่จะยับยั้งได้ก็มีเพียงสติเท่านั้นที่จะดึงเฮียแจให้กลับมายั้งคิดที่จะรั้งสิ่งที่มีค่าให้อยู่คู่กับหัวใจที่หนาวเหน็บของเค้าตลอดไป..กลัวอารมณ์ของเฮียแกจริงๆ...หัวใจที่เย็นเยียบ.กำลังจะถูกพลังงานของความรักสั่นไหวให้เกิดความอบอุ่นขึ้นในหัวใจทีละนิด ทีละนิด...และเราผู้อ่านก็ขอภาวนาให้เฮียแจเลือกให้ถูกทาง

#20 By แว่น (180.183.167.22) on 2011-07-28 12:45

หวัดดีค่ะ..วันนี้เข้ามาอ่าน Talk ของก้อย..คือเราไม่รู้ว่า.เรทเป็นPG-13 เนี่ยมันระดับไหนนะ.แต่จากที่เราอ่าน..ในความรู้สึกของเรา..ก้อยใช้ภาษาไหลลื่น..นุ่มนวล..ละเอียด..สะอาด..อ่านแล้วเห็นภาพเป็นฉากๆเลย..โดยเฉพาะฉาก NC ทำได้เยี่ยมมาก..การใช้ภาษาดีมาก..ให้ความรู้สึกดื่มด่ำ..แม้ในบางฉากที่แสดงถึงความโหดร้ายของตัวละคร..ก็รับรู้ได้ถึงความโหดนั้นแต่ไม่ได้รู้สึกถึงความกักขระของภาษา(ช่วงNCเป็นช่วงปราบเซียนเลยทีเดียว - เท่าที่อ่านของคนอื่นมาใช้ภาษาแข็งกระด้างหยาบคายและกักขระ.อ่านครั้งเดียวผ่านเลยไม่มีการย้อนกลับมาอ่านอีก)...แต่สำหรับเรื่องนี้..ขอบอกเลยว่าไม่ได้อ่านรอบเดียว...อ่านครั้งแรกจะอ่านแบบอ่านเอาเรื่อง...พอให้รู้ว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร...หลังจากนั้นก็จะมานั่งอ่านอีกรอบแบบ.ซึมซับ..ความรู้สึกผ่านตัวอักษร..(ถึงบางคำจะพิมพ์ผิดก็เถอะ อิอิ )
แต่ไม่ว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะออกมาเป็นเช่นไร..เราเคารพในการตัดสินใจของไรท์เตอร์ค่ะ..แต่จากที่อ่านมาทำให้คิดว่า..จะต้องมีใครคนใดคนหนึ่งต้องเจ็บปวด...แล้วคนๆนั้นจะเป้นใคร...หรือเด็กหนุ่มที่ชื่อ\\\"คีย์\\\" จะเป็นกุญแจสำคัญของของบทสรุปนี้.หรือไม่...เราก็จะรอดูต่อไปว่าจะออกมาในรูปแบบไหน...(แต่ในใจเราสงสารจุนซูมากมาย.. ที่ต้องตกมาอยู่ในสถานะการณ์ที่ต้องลำบากใจ รู้สึกเจ็บปวดหัวใจแทนเลยค่ะ )....เป็นกำลังใจให้นะคะ...

#21 By แว่น (124.120.161.111) on 2011-08-03 21:18

บังเอิญอะไรแบบนี้เนี่ย

#22 By yuyu on 2012-02-19 16:48