[Fic] ~Choice~ทางเลือกของหัวใจ Part.17

Subject : [Fic] ……~Choice~……ทางเลือกของหัวใจ
Author : masoo
Part : 17
Character : 2Kim
Rate : PG-13


ปล.ขอบคุณประกอบฟิคงามๆจากน้องแพรวนะจ๊ะ
ปล.อาจมีภาษาที่ผิดพลาด ก้อยขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ^^



**ฟิคชั่นเรื่องนี้คู่หลักคือทูคิมนะคะ คิมแจจุงและคิมจุนซู หากไม่นิยมชมชอบ
โปรดจากไปอย่างสงบนะคะ อย่าให้มีคอมเม้นท์ พูดจาส่อเสียดกันและกันนะคะ
จะคอมเม้นท์อะไรช่วยเห็นใจกันนิดนึ่งเนอะ ใจเขาใจเรา ขอบคุณมากค่ะ^^**

** ฟิคชั่นเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่งหาได้มีส่วนของความเป็นจริงไม่
เนื้อเรื่องมีฉากรุนแรงในบางซีนอารมณ์ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ**

 
 
  
  
[Fic] ~Choice~ทางเลือกของหัวใจ Part.17

 

 

 

 

หนีอะไร หนีได้......แต่หนีหัวใจตัวเองไม่เคยได้

เลือกอะไร เลือกได้.......แต่เลือกสิ่งที่หัวใจร่ำร้องกลับเลือกไม่ได้

 

เช่นเดียวกับหัวใจรัก.....แม้อยากจะเลือก.....แต่สุดท้ายกลับเดินหนี

 

ต่อให้โซ่ตรวนที่ฉุดรั้งหัวใจ สายตึงแน่น ก็จะยังฝืนหันหลังเดิน เพื่อหลีกหนีมันให้พ้น

แม้บาดแผลจะเกิดขึ้นกับหัวใจอย่างมากมายก็ตาม

 

ได้โปรดอย่าฉุดรั้งความจริงเอาไว้เลย เพราะเรื่องของเรามันไม่มีมีวันเป็นไปได้

 

ทางเลือกของเรา เราไม่ได้ลิขิตมันเองอีกต่อไป

 

.

.

.

.

.

 

หลังจากแจจุงฉุนเฉียวเดินเข้าห้องนอนไปแล้ว ริมระเบียงยามเย็นจึงเหลือเพียงจุนซูที่ยืนกอดตัวเองร้องไห้ แม้แต่ชางมินที่เดินตามหลังแจจุงไปก็ไม่สามารถหยุดเพื่อปลอบประโลมเพื่อนคนนี้ได้ แต่มีบุคคลหนึ่งที่ยืนส่งสายตาเหยียดหยามและยิ้มเยาะเย้ยส่งมาให้ร่างบางไม่ขาด ก่อนที่ปลายเท้านั้นจะก้าวเดินเข้ามาใกล้ร่างบางมากขึ้นเรื่อยๆ จวบจนมาหยุดอยู่เบื้องหน้าของจุนซู.......คีย์

 

“ไม่นึกสมเพชตัวเองบ้างหรือไงคิมจุนซู?...หึ!”

 

เสียงหวานของคีย์เอ่ยเหยียดหยาม ซ้ำเติมจุนซูเต็มกำลัง ทั้งสีหน้าและแววตา แสดงออกอย่างไม่ปิดบังว่าร่างเพรียวบางคนนี้ร้ายแค่ไหน จุนซูใช้ฝ่ามือปาดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าหวาน ก่อนจะทำท่าหันหลังเพื่อเดินหนีคีย์.....เค้าไม่อยากมีปัญหากับใคร....ไม่อยาก

 

“กล้าดีอย่างไงมาหันหลังให้ชั้น!!”

 

เสียงหวานตะคอกดังอย่างไม่สบอารมณ์ ทำให้ปลายเท้าของจุนซูหยุดชะงัก ก่อนร่างบางของจุนซูจะหันมาสบดวงตาเฉี่ยวคมของคีย์

 

“ผมทำอะไรให้คุณ? ทำไมต้องจงเกลียดจงชังกันนัก คุณพูดกับผมดีๆก็ได้ ไม่จำเป็นต้องตะคอกแบบนี้”

 

เสียงแหบหวานเอ่ยถามร่างเพรียวบางที่ยืนจ้องตนอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ ดวงหน้าหวานขมวดเรียวคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

 

“ทำสิ...แกทำ ถ้าไม่มีแก นายท่านก็จะเป็นของชั้นเพียงคนเดียว....”

 

“ผมไม่ได้ทำ.....นายท่านของคุณเป็นคนทำทุกอย่างขึ้นมาเอง....ผมไม่ได้อยากอยู่ที่นี่ ผมไม่ได้ต้องการคิมแจจุง ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา คุณเข้าใจที่ผมพูดมั้ย?”

 

ร้องไห้.....หัวใจของผมกำลังร้องไห้อย่างหนัก ผมโกหกทุกคน โกหกแม้กระทั่งหัวใจตัวเอง

 

จุนซูพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตากลมใสนั่นแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง แต่ก็ได้แต่อดกลั้นมันเอาไว้ คีย์นิ่งงันเมื่อมองสบดวงตาอันแน่วแน่ของจุนซู

 

“ออกไปจากที่นี่ซะคิมจุนซู.......ชั้นจะเป็นคนช่วยนายเอง”

 

คีย์ไม่แสดงท่าทีร้ายกาจเหมือนคราแรก ทั้งเอ่ยกับจุนซูราบเรียบ แววตามุ่งมั่นจริงจัง ถ้าเค้าช่วยให้จุนซูออกไปจากที่นี่สำเร็จ ก็เท่ากับว่าเค้าชนะ และนายท่านจะเป็นของเค้าเพียงคนเดียว

 

“ลงไปคุยกันที่ริมหาด”

 

คีย์เอ่ยราบเรียบ ก่อนจะเดินนำหน้าจุนซูลงไปข้างล่าง คีย์ช่างมั่นใจว่าจุนซูจะเดินตามตนลงมา และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อปรายหางตาของคีย์มองเห็นจุนซูกำลังเดินตามตนลงมา คีย์เดินนำจุนซูมาเรื่อยๆจนถึงริมหาดทราย เวลานี้เป็นเวลาพลับค่ำ ทำให้ท้องฟ้ายามเย็นดูสวยงาม คีย์ยืนมองท้องฟ้านิ่งงัน ก่อนที่จุนซูจะเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างกาย

 

ทำไมจุนซูถึงยอมตามคีย์มาน่ะหรอ มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เพราะเขาอยากออกไปจากที่นี่น่ะสิ ออกไปให้ไกลจากคิมแจจุง ไปให้ไกล.....ออกไปให้ไกล และเขาก็มั่นใจว่าคีย์จะต้องช่วยเขาได้อย่างที่พูด

 

“คุณจะช่วยผมอย่างไง?”

 

จุนซูถามขึ้นโดยที่ไม่แม้แต่จะมองหน้าของคีย์ สายตาเรียวกำลังจับจ้องเส้นขอบฟ้าอันแสนกว้างใหญ่ นั่นคืออิสระของเขา ที่กำลังจะมาถึง

 

“ชั้นช่วยนายได้แน่ แต่นายต้องสัญญา ว่าจะไม่ย้อนกลับมาที่นี่อีก”

 

คีย์ล่ะสายตาจากภาพท้องฟ้าเบื้องหน้า และหันมามองใบหน้าด้านข้างของจุนซู

 

เกลียด......เค้าเกลียดผู้ชายคนนี้เหลือเกิน!

 

“ผมสัญญาว่าจะไม่กลับมาให้คุณเห็นหน้าอีก”

 

เสียงหวานตอบรับพร้อมกับหันหน้ามาสบดวงตาเรียวของคีย์ที่กำลังจ้องมองตนอยู่ก่อนแล้ว จุนซูแย้มริมฝีปาก ส่งยิ้มให้กับคีย์อย่างจริงใจ ทั้งยังยื่นมือมาเพื่อหวังจะจับมือของคีย์ หากแต่คีย์กลับปัดมือเขาทิ้งอย่างไม่ใยดี

 

“ถ้านายผิดสัญญา คนที่ตายจะคือชั้น เพราะนายท่านเกลียดคนทรยศ”

 

แววตาแข็งก้าวของคีย์ยังคงเกลียดจุนซูเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ใช่แจจุงเกลียดคนทรยศ และถ้าแจจุงรู้ว่าเค้าคือเบื้องหลังที่ช่วยให้จุนซูหนีไป เค้ามั่นใจว่าแจจุงต้องฆ่าเค้า

 

“คืนนี้ชั้นจะจัดการวางยานอนหลับทุกคน และจะพานายไปส่งขึ้นฝั่ง”

 

“ขอบใจนะคีย์”

 

“ไม่ต้องมาขอบใจชั้น เพราะชั้นทำเพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพราะนาย กลับขึ้นบ้านไปได้แล้ว เดี๋ยวนายท่านจะสงสัย”

 

พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น คีย์ก็เดินแยกออกไป เมื่อเห็นแทมินกำลังยกข้าวของเพื่อเตรียมตั้งโต๊ะอาหารมือค่ำที่โต๊ะริมระเบียนบ้าน

 

เมื่อคีย์เดินจากไปแล้ว แต่จุนซูยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้ขยับกายไปไหนเลย ศีรษะกลมก้มลงมองปลายเท้าเปลือยเปล่าที่กำลังหยิบย่ำอยู่บนผืนทรายละเอียด ลมทะเลยามพลับค่ำพัดพากลิ่นไอของความโดดเดียว จนกายบางรู้สึกเคว้งคว้างอยู่เพียงลำพัง มือเล็กกอบกำชายเสื้อเชิ้ตสีดำตัวใหญ่ของแจจุงจนเนื้อผ้าเต็มกำมือ

 

เค้ากำลังจะเป็นอิสระจากโซ่ตรวนนี้แล้ว  เค้าควรจะดีใจ.....แต่สุดท้ายเค้ากลับเจ็บปวด

 

.

.

.

.

.

 

อาหารมื้อค่ำนี้แจจุงไม่ได้ออกมานั่งทานด้วย บนโต๊ะอาหารจึงมีเพียงจุนซูและชางมินเช่นเคย คีย์จัดส่วนของแจจุงแยกเอาไว้และยกเข้าไปให้แจจุงที่ห้องเป็นการส่วนตัว แน่นอนว่าจุนซูรู้สึกกังวลว่าแผนที่คีย์วางไว้จะสำเร็จหรือไม่ บรรยายบนโต๊ะค่ำนี้ จุนซูจึงได้แต่นิ่งเงียบไม่ชวนชางมินคุยเหมือนแต่ก่อน แม้ชางมินจะสังเกตเห็นถึงความเงียบบนโต๊ะอาหารมื้อค่ำนี้ แต่เขาก็คิดไปว่า จุนซูนั้นพึ่งมีปัญหากับเจ้านายมา ต่อให้อยากจะพูดอะไรก็คงจะไม่สามารถพูดมันออกมาตอนนี้ได้......บรรยากาศทั้งหมดกำลังแย่ลงหรือเปล่านะ

 

ทั้งแจจุง ชางมิน และแทมิน ไม่รู้เลยว่าน้ำที่พวกเขาได้ดื่มนั้นมีส่วนผสมของยานอนหลับผสมอยู่ในปริมาณมาก.....หลังจากคีย์จัดสำรับและยกไปให้แจจุงที่ห้องนอน เพราะเจ้านายบอกว่าจะไม่ออกมาทานข้าวร่วมกับจุนซู แต่จะขอนั่งทำงานและทานมื้อค่ำที่ห้อง.....มื้อค่ำของจุนซูและชางมินจบลงแล้ว ชางมินขอตัวกลับห้องตนเองเพื่อนั่งเคลียร์งานที่แจจุงได้มอบหมายให้ ส่วนแทมินก็เก็บจามชามไปล้างและอยู่แต่ในครัว

 

จุนซูเลือกที่จะนั่งอยู่ในห้องโถงที่เขาชอบ เงียบๆเพียงลำพัง แจจุงอยู่ในห้องเขาไม่กล้าจะกลับเข้าไปเลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลัว หรือไม่อยากเห็นหน้าอีกฝ่าย

 

“หนาวจัง”

 

เสียงแหบหวานเอ่ยแผ่วเบา พลางชันเรียวขาทั้งสองข้างขึ้งมาบนโซฟาตัวยาว แขนเล็กโอบรอบเรียวขาในท่านั่งชันเข่าเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับเรือนกาย จุนซูยังอยู่ในชุดเดิมเหมือนเมื่อเช้าไม่มีผิด พอเริ่มค่ำลมทะเลก็พัดแรงขึ้น อุณหภูมิก็ต่ำลงไปด้วย เบื้องล่างที่สวมใส่เพียงบ็อกเซอร์สีน้ำเงินเข้มเพียงตัวเดียว ยิ่งทำให้ร่างบางหนาวเหน็บ จุนซูเอียงศีรษะลง และแนบแก้มลงกับหัวเข่า เปลือกตาบางพริ้มหลับลง พร้อมๆกับกระชับวงแขนกอดตัวเองให้แน่นขึ้น ไม่นานกลิ่นหอมคุ้นจมูกก็ลอยคละคลุ้งอยู่รอบๆตัว....กลิ่นของแจจุง

 

จุนซูขมวดเรียวคิ้วเข้าหากันจนเกิดปม ขณะที่เปลือกตายังคงหลับพริ้ม ร่างบางกำลังหาความเงียบสงบให้กับจิตใจตัวเอง เขาไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครในห้องๆนี้ ที่แห่งนี้มีเพียงเขาคนเดียว กลิ่นที่ติดจมูกมนอาจเป็นเพราะเสื้อเชิ้ตสีดำตัวใหญ่ของแจจุงที่เขาสวมใส่อยู่ ทั้งหลับตา ไม่มองเห็นสิ่งใด แต่ภาพในหัวกลับก่อสร้างรูปร่างได้อย่างชัดเจน ทำไมกันนะ.....ไม่ว่าจะหลับ หรือลืมตาตื่น ภาพตรงหน้าเขาก็มักจะเป็นผู้ชายใจร้ายคนนั้น....คิมแจจุง

 

ฝ่ามือกำแขนเสื้อเชิ้ตสีดำตัวใหญ่ไว้เสียแน่น ขณะที่ยังนั่งกอดเข่าอยู่ในท่าเดิม ความรู้สึกภายในใจกำลังตีรวนจนเจ็บร้าวไปทั้งกาย เปลือกตาที่พริ้มหลับขับหยาดน้ำใสให้ไหลรินออกจากหางตาเรียวสวย ร่างกายเหนื่อยล้าเกินกว่าจะฝืนทนอดกั้น หนาวเหน็บไปจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ....ใครก็ได้ช่วยปลดปล่อยโซ่ตรวนที่หัวใจของเค้าที...เนินนาน...น้ำตารินไหลออกมาเงียบๆ ลามไล้เข่านวล เรียวขาขาว และหยดลงข้างฝ่าเท้า

 

กลิ่นอายของแจจุงยังคงอยู่รอบตัวเขา....เสื้อเชิ้ตที่เขาสวมใส่ จะผิดมั้ยถ้าเค้าจะคิดว่ามันคืออ้อมกอดของแจจุง

 

จุนซูนั่งร่ำไห้อยู่เงียบๆ โดยไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองรอบตัว ว่ามีใครบางคนกำลังยืนมองเขาอยู่....คีย์

คีย์เดินออกมาจากห้องแจจุงได้สักพัก เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน แจจุงหลับคาโต๊ะทำงานด้วยฤทธิ์ยานอนหลับชนิดแรง และคนอื่นๆก็คงจะเรียบร้อยไปแล้วเช่นกัน คีย์เดินออกมาอย่างเงียบๆจนถึงห้องโถง และเห็นจุนซูนั่งอยู่ที่นั่น...ร้องไห้

 

“กำลังอาลัยอาวรณ์หรือไง?”

 

เสียงหวานห้วนเอ่ยเยาะร่างบางเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้อยู่เงียบๆตามลำพัง พลางเดินเข้าไปใกล้ๆ

 

เปลือกตาเรียวลืมขึ้นในทันทีเมื่อได้ยินประโยคเย้ยหยันของคีย์ดังแว่วอยู่ใกล้ๆ ก่อนอะไรบางอย่างจะลอยและตกกระทบยังดวงหน้าหวาน

 

“ใส่ซะ!”

 

คีย์เอ่ยคำสั่ง เมื่อได้โยนกางเกงผ้าสีครีม ตัวที่จุนซูเคยใส่เมื่อวานก่อน คีย์ยืนมองจุนซูด้วยแววตานิ่งเฉย แม้ริมฝีปากเรียวจะเหยียดยิ้มอยู่บ้างก็ตาม จุนซูไม่พูดสิ่งใด เมื่อได้รับกางเกงมา แม้จะดูไม่ดีเอาซะเลยสำหรับการส่งให้ แต่มันก็คงดีมากแล้วที่อีกฝ่ายยังมีน้ำใจนำมาให้ จุนซูไม่รีรอรีบสวมกางเกงสีครีมตัวนั้นในทันที

 

“ไปกันได้แล้ว ยาออกฤทธิ์แค่ 1 ชั่วโมง....แค่ใช้เวลาออกจากเกาะนี่ก็เกือบๆ 20 นาทีแล้ว”

 

คีย์บอกก่อนจะเดินนำหน้าจุนซูออกไป จุนซูทำท่าจะเดินตามออกไป หากแต่เท้าที่กำลังจะก้าวจากไป กลับหยุดนิ่งอยู่กับที่ ร่างบางค่อยๆหันหลังกลับไปมองทางเดินเบื้องหลัง ก่อนจะรีบหันกลับมาดังเดิม และเดินตามคีย์ออกไป

 

ปลายเท้าเปลือยเปล่าย่ำลงกับผืนทรายละเอียด เย็นเฉียบ ลมทะเลยามค่ำคืนพัดพาความอ้างว้าง และเศร้าหมอง มาจับขั้วหัวใจ ร่างเพรียวบางของคีย์เดินนำจุนซูไปเรื่อยๆบนชายหาดยามค่ำ จนมาหยุดที่ฝั่ง เมื่อถึงเรือที่คีย์ใช้ขึ้นจากเกาะเป็นประจำ....ไม่มีคำพูดอะไรระหว่างร่างบางทั้งสอง

 

คีย์ก้าวลงเรืออย่างคล่องแคล้ว และตามด้วยจุนซู ร่างบางทิ้งกายนั่งลงยังส่วนของที่นั่ง เฝ้ามองคีย์ที่กำลังเตรียมเคลื่อนขับเรือออกไป เสียงเครื่องเรือติด พาให้จังหวะหัวใจเต้นระรัว มือเบากอบกุมบีบเข้าหากันจนแน่น สายตาล่ะจากร่างของคีย์เพื่อมองไปบนเกาะ แสงไฟจากโคมบนเสารอบตัวบ้าน ส่องสว่างให้เห็นบ้านหลังใหญ่ถนัดตา.....พร้อมๆกับการเคลื่อนตัวของเรือ มือเบาผละออกจากกันเพื่อมาจับราวเกาะไว้ทรงตัว ขณะที่คีย์ได้ขับเรือออกจากจุดจอดแล้ว....ห่างไกลออกไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ จากบ้านหลังใหญ่ ก็กลายเป็นบ้านหลังเล็กลง เล็กลง จนกลายเป็นจุดของแสงสว่างเล็กๆ.....สุดท้ายภาพแสงสว่างนั้นก็จางหายไป กลายเป็นความมืดมิดของท้องทะเล

 

 

ต่อจากวินาทีนี้เรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นอดีต รวมถึงความรู้สึกภายในใจของเขา เขากำลังจะเดินไปจากที่นี่....จากคิมแจจุง...และจากหัวใจตัวเอง

 

.

.

.

.

.

ใช้เวลาราว 20 นาที เรือที่คีย์ขับพาตนออกมาจากบ้านเกาะก็ถึงฝั่งของเกาะเชจู ท่าเรือส่วนตัวที่เงียบสงบ กำลังมีเรือลำหนึ่งพาร่างบางให้หลุดพ้นจากวังวนแค้น ขณะที่ร่างบางกำลังจะก้าวลงจากเรือ คีย์ได้รั้งแขนของจุนซูเอาไว้ ก่อนที่จะยัดอะไรบางอย่างใส่มือ

 

“เอาเงินนี่ไปซื้อตั๋วรถไฟกลับโซล” คีย์เอ่ยเสียงเรียบ ไม่มีชิงชังเหมือนอย่างเคย

 

“คีย์....”

 

“ไม่มีเงินแล้วจะกลับโซลได้ไง....ชั้นมีเงินไม่มากพอจะส่งนายขึ้นเครื่องบิน จากท่าเรือเดินไปไม่ไกลจะถึงสถานีรถไฟ เงินมันคงพอให้นายขึ้นรถไฟได้”

 

แม้ริมฝีปากจะไม่ยิ้ม แต่สิ่งที่จุนซูสัมผัสได้คือคีย์ไม่ได้ร้ายอย่างที่เขาคิด คีย์ยังมีน้ำใจให้กับเขา กลีบปากเรียวบางแย้มยิ้มส่งไปให้คีย์ พร้อมเอ่ยขอบคุณ

 

“ขอบคุณมากนะคีย์”

 

“และเราจะไม่เจอกันอีก นายสัญญากับชั้นแล้วคิมจุนซู”

 

“ผมสัญญากับคุณแล้ว”

 

จบประโยคของจุนซู คีย์ก็พยักหน้าให้จุนซูขึ้นไปจากเรือ และเจ้าตัวก็รีบขับเรือออกไปทันที

 

อิสระแล้ว....เป็นอิสระแล้วคิมจุนซู ร่างบางยืนอยู่บนฝั่งพลางหันซ้ายแลขวา เงียบสงบ...เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาเท่าไหร่แล้ว แต่สิ่งที่เขารู้คือหาสถานีรถไฟให้เจอ มือบางแบออกเพื่อมองธนบัตรที่คีย์ให้เขาไว้ สามหมื่นวอน จุนซูยิ้มให้กับเงินในฝ่ามือและ ก้าวเดินออกไปจากท่าเรือนี้

 

ค่ำคืนที่แสนเดียวดาย ท่ามกลางสิ่งรอบตัวที่ไม่คุ้นเคย สองเท้าเปลือยเปล่าไร้รองเท้าสวมใส่ ก้าวเดินไปเรื่อยๆตามถนน ผู้คนบางตา จนแทบไม่มี ร่างบางไม่รู้จะถามทางไปสถานีรถไฟได้จากใคร นอกเสียจากโรงแรมหรูที่เขาได้เดินมาถึง จุนซูไม่รอช้าที่จะรีบเดินเข้าไป พนักงานต้อนรับสาว เอ่ยถามเมื่อเห็นร่างบางเดินเข้ามาเหมือนกำลังขอความช่วยเหลือ

 

“ไม่ทราบมีอะไรให้ช่วยเหลือไหมคะ?”

 

“คือผมจะถามทางไปสถานีรถไฟครับ”

 

“อ๋อค่ะ....เดินออกไปจากโรงแรมแล้วเดินตรงไป แล้วเลี้ยวขวามือก็จะถึงแล้วค่ะ”

 

“ขอบคุณมากนะครับ”

 

เสียงหวานเอ่ยขอบคุณพนักงานต้อนรับสาวสดใส ก่อนจะรีบเดินออกไปจากโรงแรมและ เดินไปตามทางที่หล่อนบอก และขณะที่จุนซูเดินเข้ามาโรงแรมก่อนหน้านี้นั้นเป็นเวลาเดียวกับผู้จัดการคนใหม่ของ In Heaven เดินออกมาจากการตรวจความเรียบร้อยของโรงแรมพอดี....ชเว ชีวอน

 

ชีวอนยืนมองจุนซูอยู่ตลอดจวบจนร่างบางเดินออกจากโรงแรมไป เขาจำไม่ผิดแน่ว่านั่นคือ คิมจุนซู และเหตุใด ทำไมคิมจุนซูถึงได้มาอยู่ที่นี่ และเวลานี้ ชีวอนหันไปบอกกับลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ ให้ติดตามจุนซูออกไป อย่างห่างๆ ก่อนที่เขาจะเดินมาหาพนักงานต้อนรับสาวคนที่จุนซูได้เข้ามาพูดคุยด้วย

 

“ผู้ชายคนเมื่อกี้มาถามอะไร?”

 

“ผู้จัดการ...อ่ะค่ะ....เขามาถามทางไปสถานีรถไฟค่ะ”

 

“งั้นหรอ?...อืมเข้าใจแล้ว”

 

เมื่อรู้ว่าเพราะเหตุใด ชีวอนก็หันหลังเดินกลับไปยังลิฟต์และพลางหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาจากกระเป๋า กดต่อสาย

 

“ตามไปอย่าให้คาดสายตา และอย่าให้อีกฝ่ายรู้ตัว ผู้ชายคนนั้นคือคนของนายท่าน...มีอะไรเกิดขึ้นให้โทรรายงานชั้น และเฝ้าดูจนกว่าชั้นจะติดต่อนายท่านได้”

 

ชายหนุ่มต่อสายหาลูกน้องคนที่ตนให้ติดตามจุนซูออกไปเมื่อสักครู่ และเอ่ยคำสั่งให้ตามจุนซูอย่าให้คาดสายตา ก่อนที่มือเรียวจะกดหาเบอร์ของเจ้านายในเวลาต่อมา

 

 

 

ไม่รับสาย.....เกิดอะไรขึ้นกับนาย?

 

.

.

.

.

.

เมื่อออกมากจากโรงแรมและเดินไปตามทางที่ได้ทราบ ไม่นานร่างบางก็มาถึงสถานีรถไฟ โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครตามมาเฝ้าดูอยู่ห่างๆ....ผู้คนแลดูไม่พลุกพล่านมากนัก และเมื่อจุนซูมองเห็นเวลาอยู่บนตัววิ่งของสถานีก็ต้องตกใจ เพราะนี่ 4 ทุ่มกว่าๆใกล้จะ 5 ทุ่มแล้ว จุนซูรีบเดินไปยังเคาร์เตอร์ขายตั๋วทันที

 

“ตั๋วไปโซล 1 ที่ครับ” จุนซูบอกพนักงานที่นั่งขายตั๋ว

 

“ขอโทษด้วยครับ รถไฟไปโซลเที่ยวสุดท้ายหมดตอน 4 ทุ่ม พึ่งออกไปเมื่อครู่เองครับ”

 

เหมือนสวรรค์จะเข้าข้างแต่ก็ไม่เลย เมื่อคำตอบของพนักงานขายตั๋วทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าหวานจางหายไปในชั่วพริบตา

 

“ล....แล้วเที่ยวแรกของพรุ่งนี้ล่ะครับ กี่โมง? ผมซื้อตั๋วไว้เลยได้มั้ย?”

 

“ตี 5 ครับ ซื้อล่วงหน้าได้ครับ ด่วนพิเศษห้าหมื่นวอน ธรรมดา สองหมื่นห้าพันวอนครับ”

 

“ขอตั๋วธรรมดาครับ 1 ที่”

 

เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบา แม้จะดีใจที่ได้ตั๋วกลับโซล แต่เค้าต้องรอจนถึงพรุ่งนี้เช้า แล้วเค้าจะไปนอนที่ไหนในคืนนี้ เค้าไม่กล้าออกไปจากสถานีรถไฟแล้ว เค้ากลัวที่จะเจอแจจุง...เขากลัว

 

หลังจากได้ตั๋วรถไฟมาแล้ว จุนซูก็เดินไปนั่งในที่นั่งของผู้โดยสาร จุนซูเห็นผู้คนบางส่วนนั่งอยู่ที่นี่ บ้างก็นั่งหลับ....คืนนี้เขาเองก็คงจะไม่ต่างจากผู้คนเหล่านั้น ร่างบางตัดสินใจที่จะนั่งอยู่จนนี่จนกว่าจะเช้า

 

ชายที่ตามจุนซูมาเพราะคำสั่งของชีวอน นั่งห่างกับจุนซูไม่มากนัก และเมื่อทราบว่าร่างบางไม่สามารถกลับโซลในคืนนี้ได้ เขาจึงรีบเดินไปหลบมุมเพื่อต่อสายหาชีวอน รายงานทุกอย่างให้ชีวอนทราบ ก่อนจะเดินมานั่งที่เดิม เฝ้าจับตามองจุนซูไม่ให้คาดสายตา

 

.

.

.

.

.

 

ชีวอนพยายามติดต่อหาแจจุง แต่โทรไปเท่าไหร่ เจ้านายก็ไม่ยอมรับสายตนเสียที และครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ชีวอนพยายามจะติดต่อนาย นิ้วเรียวกำลังจะกดวางสาย หากแต่เสียงของผู้เป็นนายก็ดังแว่วมาให้ได้ยิน

 

“นายท่านครับ?...นาย?.....ได้ยินหรือไม่ครับ?”

 

“//ว่าไงชีวอน?.....ชั้นเผลอหลับไป เลยไม่รู้ว่านายโทรมา//”

 

เสียงนายท่านงัวเงียมาก จนชีวอนพอจะเดาเหตุการณ์ก่อนหน้าออกว่านายท่านเจออะไรมา....วางยา

 

“นายท่านครับ ผมเจอคุณคิมจุนซูที่โรงแรม เขามาถามทางไปสถานีรถไฟ และตอนนี้ก็อยู่ที่สถานีรถไฟ ลูกน้องผมกำลังเฝ้าอยู่ครับ......นายท่านครับ?”

 

ชีวอนรายงานเจ้านายยืดยาวและเมื่อเห็นว่าอยู่ๆเจ้านายก็เงียบไป ลูกน้องหนุ่มจึงเอ่ยเรียกเจ้านายด้วยความกังวล

 

“//งั้นหรอ......ให้ลูกน้องของนายจับตาเอาไว้ ชั้นจะไปลากตัวคิมจุนซูกลับมาเอง//”

 

สายตัดไปแล้ว.....เจ้านายตัดสายทิ้งไปแล้วเมื่อพูดประโยคเมื่อครู่จบ

 

.

.

.

.

.

หลังจากตัดวางสายชีวอนไป หัวใจของมาเฟียหนุ่มกำลังเต้นช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เค้าไม่คิดว่าจุนซูจะเดินจากไปเช่นนี้ ชีวอนบอกจุนซูเข้าไปที่โรงแรมของเขาเพื่อถามทาง ถ้าหากบังเอิญ จุนซูพบกับยูชอนเข้า นั่นเท่ากับหนทางของเค้าได้จบลงแล้ว....ตอนนี้จุนซูอยู่ใกล้ยูชอนเพียงนิดเดียว ซึ่งเค้าไม่มีทางยอม

 

“ไม่มีทาง”

 

เสียงทุ้มเอ่ยด้วยความมั่นใจ แววตาคมแข้งกร้าว หากแต่สั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แจจุงไม่รอช้ารีบยันกายลุกจากโต๊ะนั่งทำงานตัวใหญ่ หากแต่เรือนกายสูงกลับซวนเซ ยืนไม่มั่นคง ดีที่แจจุงใช้มือเท้าลงกับโต๊ะไว้ได้ทันไม่งั้นร่างคงทรุดฮวบลงไปกับพื้นห้องแล้ว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนเกิดปม ศีรษะรู้สึกหมุนวนไปชั่วขณะที่ร่างสูงรีบลุกขึ้นยืน แจจุงรู้ได้ทันทีว่าตนได้กินยานอนหลับเข้าไปเป็นแน่ สายตาคมเลื่อนไปมองด้านข้างก็พบแก้วกาแฟที่คีย์ยกเข้ามาให้ดื่มเมื่อ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา.......คีย์!

 

เมื่อความโกรธอยู่เหนือการควบคุม และยาก็ไม่มีฤทธิ์อะไรอีกต่อไป ร่างสูงจึงรีบก้าวออกจากห้อง เดินตรงออกไปที่ชายหาดทันที และแน่นอนว่าผู้วางแผนการณ์ทั้งหมดจะต้องร้อนตัวออกมาขัดขวาง

 

คีย์กลับมาถึงบ้านเกาะได้สักพักแล้ว ร่างบางได้แต่นั่งเฝ้ามองว่านายท่านจะตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ และเมื่อเห็นว่านายท่านเดินลงมาจากตัวบ้าน เพื่อตรงไปยังที่จอดเรือ คีย์จึงรีบร้อนวิ่งไปดักหน้าไม่ยอมให้นายท่านไป....เพราะคีย์รู้ นายท่านกำลังจะไปตามหาใคร...เค้าไม่มีทางให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม เค้าจะไม่ยอมให้คิมจุนซูกลับมาที่นี่อีก

 

“น....นายท่านครับ...นายท่านจะไปไหนหรือครับ? นี่ดึกมากแล้ว”

 

ร่างเพรียวบางรีบวิ่งมาหยุดขวางทางไม่ยอมให้แจจุงเดินต่อไป ทั้งยังถามแจจุงด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“คิดว่าชั้นโง่หรือไง?....ถอยไป!!!”

 

เสียงทุ้มทรงอำนาจตะหวาดก้องไปทั่วทั้งเกาะ แม้คีย์จะสะดุ้งตกใจกับน้ำเสียงอันเกรี้ยวกราดของนายท่าน หากแต่ร่างเพรียวบางกลับไม่ยอมถอยหนีออกไปเลย

 

“คิมจุนซูไปแล้ว มันก็ดีแล้วนี่ฮะ เขาไม่ได้อยากอยู่ที่นี่ นายท่านอย่าตามเขาไปเลยนะฮะ”

 

หมดหัวใจ...คีย์รักนายท่านหมดหัวใจแล้ว ทำไมนายท่านถึงมองแต่คิมจุนซู

 

“อยากอยู่หรือไม่อยากอยู่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย...คีย์?.....นายน่าจะรู้ว่าชั้นเกลียดคนทรยศ....ถอยไป!!!”

 

อีกครั้งที่แจจุงตะคอกใส่คีย์อย่างเกรี้ยวกราด หากแต่นั่นก็ไม่ทำให้คีย์ล่าถอยกลับไป ซ้ำยังยืนนิ่งไม่ขยับกายไปไหน ริมฝีปากร้ายยกยิ้ม แผงความนัย ดวงตาเรียวเฉี่ยวแดงก่ำในความมืดของค่ำคืน แสงจันทร์สะท้อนให้เห็นใบหน้าเรียวสวยเด่นชัด

 

“มันมีดีอะไร ทำไมนายท่านถึงติดใจมันนัก”

 

เสียงหวานเอ่ยราบเรียบพร้อมรอยยิ้มยังกลีบปาก....ไม่มีความจำเป็นต้องแสร้งเป็นพูดดีเมื่อต้องเอ่ยถึงใครอีกคน ที่เขานั้นเกลียดแสนเกลียด....สุดท้ายคิมจุนซูก็ยังเป็นบุคคลที่คีย์เกลียดที่สุด!

 

แจจุงไม่แปลกใจว่าทำไมเด็กรับใช้ถึงเอ่ยถึงจุนซูเช่นนั้น....เพราะไม่วันใดวันหนึ่งคีย์ก็ต้องพูดแบบนี้ออกมาอยู่ดี....แต่รอยยิ้มของคีย์ มันช่างน่ารังเกียจเสียเหลือเกิน

 

“จุนซูไม่ได้มีดีแค่ร่างกาย เหมือนอย่างที่นายมี”

 

ริมฝีปากร้ายกาจเผยยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยันให้กับเด็กรับใช้ หลังเอ่ยประโยคบาดใจร่างเพรียวบางจบ

 

“นายท่านฮะ.....”

 

คีย์รำพันด้วยหัวใจอันแสนเจ็บปวด ขณะเดินเข้ามาหานายท่านอันเป็นที่รัก ทั้งคำตอบและรอยยิ้มของนายท่านมันช่างกัดกินหัวใจของเขา....น้ำตามากมายรินไหลออกมาทั้งๆที่เขาพยายามข่มมันเอาไว้....อีกไม่กี่ก้าวจะถึงตัวของนายท่านแล้ว

 

“นายท่านอย่าไปนะฮะ...ฮึก.....อย่าไป”

 

คีย์โผกอดนายท่านเอาไว้ ออกแรงกระชับวงแขนไม่ยอมให้นายท่านเดินจากไป หากแต่แรงน้อยนิดไม่สามารถฉุดรั้งแจจุงได้ แจจุงดันร่างของคีย์ออก ผลักเรือนกายของคีย์ให้ล้มลงกับผืนทราย ก่อนมาเฟียหนุ่มจะเดินผ่านร่างของคีย์ที่นั่งพับอยู่กับผืนทรายไป....

 

“คิมจุนซูไม่มีวันกลับมาที่นี่อีกแน่!! เพราะเขาสัญญาบางอย่างกับผมแล้ว!! ไม่มีวันกลับมา!!!”

 

คีย์ตะโกนไล่หลังเมื่อนายท่านเดินห่างออกไปสองสามก้าว และนั่นก็เรียกให้ร่างของแจจุงหยุดนิ่งอยู่กับที่ ก่อนมาเฟียหนุ่มจะค่อยๆหันหลังกลับมา

 

“หึ....ถ้าชั้นพาคิมจุนซูกลับมาได้ สิ่งแรกที่ชั้นจะทำคือ....ฆ่านาย!”

 

เสียงทุ้มตอกกลับอย่างเย็นชา ทั้งยังหัวเราะดูแคลนในลำคอ เครื่องหน้าหล่อเหลานิ่งเฉย กลีบปากร้ายเผยรอยยิ้มเยือกเย็นยังมุมปาก ปลายนิ้วเรียวยาวยกขึ้นชี้หมายหัวเด็กรับใช้ อย่างไม่คิดจะใยดี....แจจุงเดินห่างออกไปเรื่อยๆ

 

คีย์นั่งน้ำตาไหลรินแทบเป็นสายเลือด เนื้อตัวสั่นเทาอย่าห้ามไม่อยู่ เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายก่อนที่นายท่านจะเดินห่างออกไป.....ไม่จริง! มือบางกำเมล็ดทรายไว้เต็มฝ่ามือ ด้วยความหวาดกลัวจับขั้วหัวใจ ก่อนทุกอย่างจะฟูมฟายออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้

 

“ไม่จริง!!!!!!!!!! ฮึก.........ฮืออออ ไม่!!! ไม่!!! ไม่จริงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!!! ”

 

เสียงแหลมสูงกรีดร้องออกมาอย่างขาดสติ พร้อมกับร้องไห้โฮจนยากที่จะควบคุม ดวงตาเรียวเฉี่ยวเต็มตื้นไปด้วยแรงเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง แต่สักพักก็เปลี่ยนเป็นเว้าวอน ร้องขอ อย่างน่าสงสาร...

แทมินและชางมินเมื่อได้ยินเสียงคีย์กรีดร้องก็รีบออกมาดู แทมินรีบวิ่งเข้าไปดูพี่ชายของตัวเองที่นั่งร้องไห้อยู่บนผืนทราย ส่วนชางมินก็รีบวิ่งไปหาแจจุง ที่กำลังจะขับเรือออกไป

 

“คุณแจจุงจะไปไหนครับ? เดี๋ยวผมขับให้”

 

ชางมินกำลังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก ทำไมคีย์ถึงไปนั่งอยู่ที่หาดทราย และทำไมนายของเขาถึงจะขับเรือออกไปค่ำๆเช่นนี้ แล้วคิมจุนซู?

 

“ไม่ต้องชางมิน อยู่ที่นี่คอยดูคีย์ไว้ ชั้นจะไปพาคิมจุนซูกลับมา....คนเดียว!”

 

เมื่อนายท่านบอกว่าจะไปคนเดียว และบอกให้เขาอยู่ดูแลที่นี่ อะไรๆมันก็ชักจะชัดเจนขึ้นมา คีย์วางยาพวกเขาและพาคิมจุนซูหนีสินะ

 

“ครับคุณแจจุง”

 

ชางมินตอบรับคำสั่งของเจ้านาย พร้อมก้มทำความเคารพ ขณะที่เรือของแจจุงได้เคลื่อนตัวออกจากเกาะนี้ไป ทีละนิดๆ ด้วยความเร็ว จนเรือของนายลับตาไป

 

ชางมินเดินกลับมายังจุดที่คีย์ยังคงนั่งอยู่กับพื้นทราย โดยมีแทมินนั่งอยู่ข้างๆ ร่างบอบบางของน้องชายทำท่าจะโอบกอดพี่ชายอย่างคีย์ด้วยน้ำตานองหน้าไม่ต่างกันเลย หากแต่คีย์กับปัดความหวังดีของน้องชายทิ้ง

 

“อย่ามายุ่งกับชั้น!!”

 

คีย์เอ่ยไล่น้องชาย ไม่ยอมให้แทมินเข้ามาใกล้ หรือปลอบประโลมตน....เสียศักดิ์ศรี ไม่มีวันยอม!

 

“พี่คีย์ฮะ...แทมินเป็น..ฮึก....เป็นห่วงพี่”

 

แทมินสะอื้นไห้เมื่อเห็นพี่ชายทำท่าทีเย็นชาใส่ตนผู้เป็นน้อง

 

“หึ...ห่วงชั้นหรอ? คนที่แกห่วงมันคิมจุนซูไม่ใช่หรือไง! ไม่มีใครห่วงชั้นจริงหรอก ไม่มี!”

 

คีย์หัวเราะอย่างนึกสมเพช ก่อนจะจ้องมองหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาของน้องชาย แววตาชิงชังปรากฏอยู่ในแก้วตาคู่นี้ไม่เปลี่ยนแปลง ประโยคร้ายกาจถูกเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น มือบางเปื้อนเมล็ดทราย เอื้อมผลักศีรษะกลมมนของน้องชาย จนร่างบอบบางนั้นแทบจะหงายหลัง หากชางมินถลาตัวมารับเอาไว้ไม่ทัน

 

ชางมินปัดมือของคีย์ออกจากศีรษะของแทมิน ขณะที่ชายหนุ่มร่างสูงก็รั้งร่างของแทมินให้มาอิงแนบอกของเขาไว้

 

“ทำไมต้องพูดจาร้ายกาจใส่น้องชายตัวเองคีย์”

 

น้ำเสียงของชางมินไม่พอใจเลยสักนิด ในเมื่อแทมินเป็นห่วง แล้วทำไมคีย์ต้องมาพูดจาร้ายกาจให้แทมินเสียใจ

 

“มันไม่เคยเป็นน้องชายชั้น!....แกก็เหมือนกันชางมิน เกลียดชั้นมากใช่มั้ยล่ะ? หึ...ฮ่าฮ่า...ไม่เคยมีใครรักชั้นสักคน ไม่มีหรอก...ฮึกก....ไม่มี!....ฮือออออ.....ทุกคนรักแต่มัน! นายท่านก็รักแต่มัน!....คิมจุนซู!!!”

 

คีย์พูดไปหัวเราะไปร้องไห้ไป ทุกอย่างผสมปนเปจนแทบตามอารมณ์ไม่ทัน....คล้ายคนเสียสติ ชางมินไม่ยอมให้แทมินเข้าไปใกล้คีย์อีก เพราะเกรงว่าคีย์จะทำร้ายแทมิน เด็กหนุ่มจึงทำได้เพียงเฝ้ามองพี่ชายที่เริ่มร้องไห้ฟูมฟายไร้สติอยู่ห่างๆ ภายใต้อ้อมกอดของชางมิน

 

.

.

.

.

.

ใช้เวลาไม่นานแจจุงก็ขึ้นฝั่งมา และชีวอนก็มารอรับอยู่ที่ท่าเรือส่วนตัวแล้ว ชีวอนโค้งทำความเคารพผู้เป็นนายอย่างนอบน้อม แจจุงพยักหน้ารับและรีบเดินนำชีวอนออกไป ชีวอนใส่สูทดูภูมิฐานเดินตามหลังนายอย่างใกล้ชิด ที่แห่งนี้มีเพียงแจจุงและชีวอน เพราะชีวอนคิดว่าแจจุงคงไม่อยากให้ลูกน้องมากมายมาคอยต้อนรับ และชีวอนก็คิดถูก

 

“ชั้นจะไปคนเดียว....นายคอยดูความเคลื่อนไหวของยูชอนอยู่ที่โรงแรมจะดีกว่า”

 

แจจุงพูดไว้เพียงแค่นั้น มาเฟียหนุ่มก็รีบเดินไปตามทางที่ทอดยาว จุดหมายคือสถานีรถไฟ....แจจุงรีบร้อน ก้าวเรียวขาให้ยาวและเร็วกว่าเดิม...ตอนนี้เขารู้สึกกลัว....กลัวว่าทุกอย่างจะช้าเกินไป....กลัวว่าจะไม่พบเจอคิมจุนซูอีก และเพียงแค่มาเฟียหนุ่มก้าวเข้ามาในสถานีรถไฟ ผู้คนไม่พลุกพล่าน เพราะดึกมากแล้ว สายตาคมจึงหยุดจับจ้องชายผู้หนึ่งไว้อย่างไม่วางตา....เจอแล้ว คิมจุนซู

 

เพียงแค่แผ่นหลังบอบบางของอีกฝ่าย แจจุงก็จำมันได้ดี มาเฟียหนุ่มยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ....ถึงอย่างไร คิมจุนซูก็หนีเขาไม่เคยพ้น แจจุงย่างสามขุมเข้าไปอย่างใจเย็น....เรื่อยๆ เรื่อยๆ จนเข้าใกล้จุดที่จุนซูนั่งอยู่

 

“ทำไมชั้นถึงมาเจอนายที่นี่...แทนที่จะเป็นห้องนอน?”

 

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างไม่ให้สุ่มให้เสียง...เรียกอาการตกใจกลัวจากอีกฝ่ายได้อย่างมากมาย ดวงหน้าหวานค่อยๆหันมาตามต้นเสียงที่คุ้นหู และเมื่อพบว่าบุคคลที่ยืนอยู่ด้านหลังตนนั้นคือใคร ใบหน้าหวานซีดเผือดอย่างฉับพลันด้วยความตกใจสุดขีด...แทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ

 

“จ.....แจจุง....” เสียงแหบหวานเอ่ยชื่อมาเฟียหนุ่มติดขัด พลางยันกายขึ้นยืน

 

“ใช่...ชั้นเอง ตกใจมากงั้นสิ?”

 

แจจุงเผยรอยยิ้มยังกลีบปาก พลางเดินเข้าไปใกล้ร่างบาง

 

“ทำไม?.....ทุกอย่างมันควรจบได้แล้ว ผมไม่มีอะไรจะให้คุณแล้ว!”

 

เสียงหวานเอ่ยสั่นเครือ ดวงตากลมใสมองสบดวงตาคมอย่างเว้าวอน....ปล่อยเค้าไปที

 

“จบหรือไม่จบ ชั้นเป็นคนกำหนด และตอนนี้มันก็ยังไม่จบ....ทุกอย่างของนายเป็นของชั้น แม้แต่ชีวิตของนายมันก็คือของชั้น...จุนซู”

 

ประโยคร้ายกาจจบลง พร้อมกับฝ่ามือใหญ่ตรงเข้าจับกุมข้อมือเรียว ออกแรงรั้งเพียงนิดร่างบางก็เซไปตามแรงที่มาเฟียหนุ่มกำหนด จุนซูดูตัวนิดเดียวเมื่ออยู่ในเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ของเขา...บอบบาง น่าทะนุถนอม แต่ทุกอย่างเค้าทำลายมันหมดแล้ว แทบไม่มีชั้นดี...เค้าเป็นคนทำลายคิมจุนซูด้วยมือของเค้าเอง

 

“ปล่อยผม!....ผมจะไม่กลับไปกับคุณ”

 

ร่างบางโวยวายเสียงดัง นั่นยิ่งทำให้ทั้งคู่กลายเป็นจุดน่าสนใจของผู้คนที่อยู่ในสถานที่นี้ จุนซูแค่หวังว่าจะมีใครสักคนมาช่วยเขาไว้....เค้าไม่มีทางกลับไปที่เกาะนั่นกับแจจุงอีก....เพราะถ้าเค้ากลับไป คนที่จะเดือดร้อนก็คือคีย์

 

ร่างบางสะบัดข้อมือให้หลุดออกจากการจับกุมของมาเฟียหนุ่มอย่างยากลำบาก และยิ่งจุนซูทำเช่นนี้ แจจุงก็ยิ่งเพิ่มทวีความรุนแรงในการบีบรัดรอบข้อมือเล็ก แม้จุนซูจะใช้อีกมือพยายามแกะมือของแจจุงออกแต่ก็ไม่เป็นผล ทั้งชายหนุ่มยังจับรวบไปทั้งสองมืออีกต่างหาก นั่นยิ่งทำให้จุนซูหมดไร้หนทาง

 

“ช...ช่วยด้วยครับ..ใครก็ได้ช่วยผมด้วย!!”

 

เมื่อพยายามรั้งกายออกจากอีกฝ่ายไม่เป็นผล จุนซูจึงส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากผู้หวังดีรอบข้างที่พากันมายืนดู หากแต่ไม่มีใครกล้าที่จะเข้ามาช่วยร่างบางสักคน....อาจเป็นเพราะท่าทีของแจจุง ที่ดูอย่างไงก็ไม่ใช่ผู้ชายธรรมดาๆ คนรอบข้างจึงไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยว

 

“หยุดโวยวายเดี๋ยวนี้นะคิมจุนซู!”

 

แจจุงรู้สึกหัวเสียเมื่อเห็นจุนซูขัดขืนอย่างสุดกำลัง แถมยังดื้อดึงกว่าครั้งไหนๆ มาเฟียหนุ่มจึงขึ้นเสียงใส่อีกฝ่ายอย่างขัดใจ ขณะที่ยื้อยุดฉุดกระชากร่างบางไปด้วย

 

“ผมไม่หยุด!...ช่วยด้วยครับ....ช่วยด้วย”

 

จุนซูขัดขืนสุดกำลัง ทั้งยังขึ้นเสียงขัดใส่แจจุงอย่าไม่กลัวเกรง....ไม่มีทาง เค้าจะไม่กลับไปที่นั่นอีก...เค้าจะไม่กลับไป

 

“ได้...ไม่หยุดใช่มั้ย?”

 

พูดเพียงแค่นั้น แจจุงก็ออกแรงกระชากร่างของจุนซูเข้ามาหาตนอย่างแรง ฝ่ามือใหญ่ปล่อยมือทั้งสองข้างของจุนซูให้เป็นอิสระ หากแต่ฝ่ามือนั้นกลับเลื่อนขึ้นโอบประครองดวงหน้าหวานเอาไว้ และยังไม่ทันที่ร่างบางจะได้ตั้งตัว กลีบปากที่ร้องขอความช่วยเหลือก็ถูกประกบจูบอย่างรวดเร็ว

 

“อ่ะ!...ย...อย่า!!”

 

เสียงหวานเล็ดรอดออกมาจากกลีบปากที่ถูกประกบจูบ ในขณะที่มือบางพยายามจะผลักเครื่องหน้าหล่อเหลาของแจจุงให้ออกห่าง แต่เหมือนยิ่งออกแรงผลัก กลีบปากของเขากลับถูกอีกฝ่ายดูดรั้ง แทรกผ่านล้ำลึก

เสียงผู้คนที่อยู่รอบตัวแตกฮือ เมื่อชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากระชากหนุ่มหน้าหวานเข้ามาประกบจูบ

 

เมื่อแรงทั้งหมดที่มีไม่สามารถต่อต้านกำลังมากมายของแจจุงได้ ร่างบางจึงหยุดดิ้น มือทั้งสองข้างยกขึ้นยันอยู่บนอกแกร่งของชายหนุ่ม กลีบปากเรียวที่มาเฟียหนุ่มครอบครอง ยังคงดื่มด่ำอย่างไม่จบสิ้นแม้เขาจะยอมแพ้ต่อมันแล้วก็ตาม....หยาดน้ำตารินไหลลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

จูบของคิมแจจุงช่างอ่อนโยนเสียจนเขาหายใจไม่ออก...หัวใจของเขามันหายใจไม่ออกแล้ว

 

เนินนาน.....จนกระทั่งใครคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้กับพวกเขาทั้งสอง...

 

“คิมแจจุง!!”

 

เสียงเรียกนั้นมาพร้อมกับแรงกระชาก จากทางด้านหลัง ร่างสูงโปร่งของแจจุงถูกกระชากจากทางด้านหลัง จนถอยห่างออกมาจากร่างของจุนซู ร่างบางยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อภาพเจ้าของเสียงและบุคคลที่กระชากแจจุงออกไปปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเขา...ปาร์คยูชอน

 

ยังไม่ทันที่จุนซูจะได้เอ่ย หรือแสดงความดีใจ แจจุงที่เซไปตามแรงกระชากเมื่อสักครู่ ก็ถูกยูชอนกระชากรั้งกลับมาและซดหมัดเข้าเครื่องหน้าหล่อเหลาของมาเฟียหนุ่มเต็มๆ

 

“ไอ้สารเลว!”

 

ยูชอนกร่นด่าอดีตเพื่อนรักด้วยความรู้สึกหลากหลาย...พระเจ้าช่างเข้าข้างเค้าเหลือเกิน หากเค้าไม่ออกจากโรงแรมเพื่อมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟแห่งนี้ เค้าคงไม่ได้พบจุนซูคนรัก รวมถึงอดีตเพื่อนอย่างแจจุงพร้อมๆกันที่นี่

 

แจจุงถูกยูชอนชกอย่างแรงจนร่างเซจนล้มลงกับพื้น ยูชอนทำท่าจะเข้าไปซ้ำ หากแต่จุนซูได้สติเลยรีบวิ่งมาคั่นกลางขวางไม่ให้ยูชอนทำร้ายแจจุงซ้ำ

 

“ย...ยูชอนพอแล้ว...พอแล้ว”

 

เสียงหวานเอ่ยห้ามชายคนรักสั่นเครือ น้ำตามากมายยังคงพรั่งพรูออกมาไม่ยอมหยุด เมื่อยูชอนเห็นน้ำตาของจุนซู ชายหนุ่มก็อ่อนลง ยูชอนกำลังก้าวมาหาจุนซูทีละนิดๆ ชายหนุ่มดีใจมากที่พบจุนซู หากแต่วินาทีที่ยูชอนกำลังจะเอื้อมมือไปรั้งร่างของจุนซูเข้ามาโอบกอดให้หายคิดถึงนั้น เบื้องหลังของยูชอนก็มีชายฉกรรจ์ ในชุดสูทดำสี่คน ตรงเข้ามาจับล็อคยูชอนเอาไว้เสียก่อน ชายหนุ่มพยายามดิ้นรนให้หลุดออกจากการจับกุม หากแต่แรงของเขาเพียงคนเดียวไม่สามารถสู้กับชายถึงสี่คนได้ จุนซูที่ยืนนิ่งเพราะตกใจกับเหตุการณ์เบื้องหน้าก็ทำอะไรไม่ถูก จุนซูมั่นใจว่าคนที่จับยูชอนเอาไว้ต้องเป็นคนของคิมแจจุงเป็นแน่ ร่างบางจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อช่วยยูชอน แต่ร่างบางกลับถูกรั้งไปเบื้องหลังเสียก่อน....ด้วยฝีมือของแจจุง

 

“ไอ้แจ!...ปล่อยจุนซูซะ”

 

ยูชอนตะคอกเสียงก้อง ด้วยความโกรธ แต่สิ่งที่รับกลับมา กลับตรงข้าม เมื่อแจจุงยังคงจับข้อมือของจุนซูเอาไว้แน่น มุมปากที่มีรอยแตกเพราะถูกอดีตเพื่อนรักต่อย เผยรอยยิ้มอย่างร้ายกาจเป็นการทิ้งท้าย โดยไม่เอ่ยคำพูดใด....แจจุงรั้งข้อมือพาร่างของจุนซูให้เดินตามตนออกไปจากที่นี่ ท่ามกลางแรงขัดขืนของร่างบาง

 

“ม...ไม่!!...ยูชอน...ยูชอน.......แจจุงปล่อยผม!!”

 

เสียงหวานร้องเรียกยูชอนด้วยความเป็นห่วง แก้วตากลมพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตามองไปทางยูชอนตลอดเวลาที่ร่างของตนถูกแจจุงร่างจูงออกไป....ห่างออกไป

 

“จุนซู!!....จุนซู.....จุนซู”

 

เสียงทุ้มของยูชอนที่ใช้เรียกจุนซูเบาลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ เมื่อแจจุงพาร่างบางนั้นเดินหายไปจนลับตาแล้ว เช่นเดียวกับชื่อของเขาที่จุนซูเอ่ยเรียกมันก็เบาบางลงจนแทบไม่ได้ยิน ยูชอนพยายามอย่างมากที่จะสะบัดร่างให้หลุดออกจากจับกุม เค้ารู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องจุนซูได้ แม้อีกฝ่ายจะยืนอยู่ตรงหน้าแล้วก็ตาม แม้เพียงวินาทีเดียวเค้าก็ไม่สามารถรั้งจุนซูเข้ามาโอบกอดให้ปลอดภัยได้....ทำไมเค้าถึงได้แย่ขนาดนี้ เค้าดูแลทั้งน้องชายและคนรักด้วยมือคู่นี้ไม่ได้เลย.....

 

ผมขอโทษจุนซู

 

แต่ผมจะไม่ยอมแพ้!!

 

.

.

.

.

.

.

“จ.......แจจุง....คุณจะไม่ทำร้ายยูชอนใช่มั้ย?”

 

เสียงหวานเอ่ยถามมาเฟียหนุ่มอ่อนแรง หลังจากร่างบางถูกแจจุงบังคับกึ่งลากกึ่งจูงออกมาจากสถานีรถไฟ บัดนี้แจจุงพาจุนซูมาหยุดยืนอยู่ที่ท่าเรือส่วนตัว จุดที่จุนซูพึ่งจะผ่านมันมาเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อน แต่ตอนนี้เขากลับมายืนที่เดิมอีกครั้ง

 

“ก่อนที่จะเป็นห่วงใคร เป็นห่วงตัวเองก่อนเถอะ....ลงเรือได้แล้ว”

 

เสียงทุ้มพูดอ่อนโยน ผิดกับคำตอบที่จุนซูคาดคิดไว้ ทั้งดวงตาคมแสนน่ากลัวนั่น เมื่อสบเข้าโดยไม่ทันได้ตั้งตัวก็เหมือนจะฉุดรั้งให้หัวใจเต้นกระหน่ำรัวจนเจ็บปวด....สัมผัสอบอุ่นของฝ่ามือใหญ่ที่เคยแต่ฉุดรั้งรังแกกำลังบรรจงเช็คคราบน้ำตาบนใบหน้าหวาน...แผ่วเบา ก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะเลื่อนลงมากอบกุมฝ่ามือเล็กสอดประสานปลายนิ้วมือและกระตุกเรียกให้เรือนกายบอบบางก้าวลงเรือตาม

 

จุนซูจำต้องลงเรืออย่างที่แจจุงบอก เพราะร่างบางเกรงว่าหากตนขัดขืนไปมากกว่านี้ ยูชอนจะเป็นอันตราย แต่แท้จริงแล้ว ใครจะรู้ไปมากกว่าเจ้าตัวเอง ว่ายอมทำตามอีกฝ่ายเพราะเหตุใด....

 

เค้าเดินกลับมาที่เดิมอีกครั้งแล้ว....เค้าเลือกที่จะเดินจากมันไปแล้ว แต่สุดท้ายเค้าก็ต้องกลับมาอยู่ดี

แท้จริงแล้วเค้าเป็นคนเลือก....อีกฝ่ายเป็นคนเลือก....หรือพระเจ้าเป็นผู้เลือกกันแน่

 

ก่อนที่เรือจะขับออกไป แจจุงบอกกับชีวอนที่มายืนส่ง ให้จับตาดูยูชอนทุกฝีก้าว และอย่าให้ยูชอนรู้เป็นอันขาดว่าโรงแรมที่พักอยู่เป็นของเขา รวมถึงสั่งไม่ให้ชีวอนปรากฏตัวให้ยูชอนเห็นด้วย ชีวอนรับปากกับเจ้านาย ก่อนที่เรือจะขับออกไป โดยมีลูกน้องเป็นคนขับให้

 

ตลอดเส้นทางในท้องทะเลกว้างและมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากลำเรือที่คอยส่องสว่างไปตลอดผืนน้ำ แจจุงนั่งกอดจุนซูเอาไว้แนบกาย ไม่ยอมให้ร่างบางขยับเคลื่อนหนีห่างไปไหน ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยของมาเฟียหนุ่มใครเลยจะรู้ว่าภายในจิตใจของเขากำลังว้าวุ่นมากเพียงใด มือใหญ่ที่กอบกุมมือเรียวเล็กของจุนซูเอาไว้ไม่ยอมปล่อยนั้นเป็นเหตุชี้อย่างบงชัดว่าเจ้าตัวกลัว

 

เค้ากลัวที่จะปล่อยมือคู่นี้ไป...กลัวเหลือเกิน

และต่อให้ปาร์คยูชอนมาทวงคืน เค้าก็จะไม่มีวันปล่อยคิมจุนซูไปเด็ดขาด

 

ทุกอย่างของคิมจุนซูเป็นของเค้า.....ของเค้าแต่เพียงผู้เดียว

 

ความไม่ชัดเจนทำให้หัวใจที่หลุดออกจากโซ่ตรวนไปแล้ว เจ็บปวดเป็นทวีคูณ เมื่อโซ่ที่คลายออกกลับย้อนมารัดซ้ำที่เดิมอย่างแน่นหนา และไร้หนทางที่จะตัดขาด....แววตาแสนเจ็บปวดของยูชอนยังคงไม่เลือนหายไปจากความทรงจำที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่...เค้าควรทำอย่างไรดี....เค้าควรเลือกทางไหนดี

.

.

.

.

.

 

ความกังวลในจิตใจยังไม่จางหายไป....ความกลัวก็เข้ามาแทนทีอีกครั้ง เมื่อเรือจอดเทียบหาดส่วนตัวแห่งเดิมอีกครั้ง จุนซูไม่กล้าที่จะลุกขึ้นยืนเลยด้วยซ้ำ เพราะเค้ากำลังจะผิดสัญญาที่ให้ไว้กับคีย์

แจจุงพยายามรั้งให้จุนซูลุกขึ้นยืนเพื่อขึ้นจากเรือ หากแต่ร่างบางกลับยื้อร่างเอาไว้ไม่ยอมทำตาม

 

“คุณ.....สัญญากับผมได้มั้ยว่าจะไม่ทำร้ายคีย์”

 

เสียงหวานเอ่ยวอนคล้ายขอร้อง พลางช้อนสายตาที่รื่นไปด้วยหยาดน้ำตาขึ้นมองสบดวงตาคมของมาเฟียหนุ่ม แจจุงยกยิ้มมุมปากก่อนจะตอบคำถาม

 

“ชั้นไม่ชอบสัญญาอะไรกับใคร...ลุกขึ้น!”

 

เหมือนหวังทั้งหมดพังทลายลงเมื่อเสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยตอบมาอย่างเย็นชา ทั้งยังน้ำเสียงดุดันเร่งเร้า ออกแรงฉุดกระชากท่อนแขนเรียวบางให้ลุกขึ้นหยัดยืน มีหรือที่ร่างบอบบางแทบไร้เรียวแรงจะต่อต้อนการกระทำอันแสนป่าเถื่อนของมาเฟียหนุ่มคนนี้ได้ เรือนกายบอบบางถูกฉุดกระชากให้ลุกขึ้นในที่สุด

 

แววตาของแจจุงเปลี่ยนไป ไม่อ่อนโยนเหมือนเมื่อตอนนั่งเรือมาด้วยกันแล้วหลังจากที่เค้าเอ่ยร้องขอให้กับคีย์ แจจุงคงจะโกรธมาก อย่างนั้นสินะ.....น่ากลัวเหลือเกิน

 

“จ...แจจุง...ผมเจ็บ....แจจุง....”

 

แจจุงบีบรัดท่อนแขนของจุนซูอย่างแรงด้วยความโกรธอย่างถึงที่สุด ที่ร่างบางกล้าร้องขอแทนคนที่ทรยศเค้าอย่างคีย์ เสียงหวานที่บอกว่าเจ็บมากแค่ไหน มาเฟียหนุ่มก็ไม่มีทีท่าว่าจะเบาแรงรัดรึงลงเลย แจจุงพาจุนซูขึ้นมาจากเรือได้ ท่ามกลางสายตาของชางมิน แทมิน และคีย์ ที่ยังคงอยู่ที่ชายหาดเช่นเดิม

 

ตลอดทางที่แจจุงฉุดรั้งจุนซูมาตามชายหาดเพื่อพาร่างบางเข้าตัวบ้านนั้น คีย์ที่นั่งอยู่บนผืนทรายก็ถึงนิ่งงัน ไม่มีอาการฟูมฟายอย่างคราแรก หากแต่ดวงตาเรียวเฉี่ยวนั้นกลับคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง แววตาที่แสดงออกมานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเศร้า เสียใจ และคับแค้นใจ! น้ำตาค่อยๆรินไหลออกมาอย่างเจ็บช้ำกับภาพที่ปรากฏเด่นชัดอยู่เบื้องหน้า ร่างเพรียวบางยันกายให้ลุกขึ้นจากผืนทราย เมื่อยังเห็นว่านายท่านจูงมือใครบางคนเข้ามาใกล้จุดที่เค้าอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ

 

คีย์ไม่รอให้นายท่านพาจุนซูมาถึงจุดที่ตนอยู่ ร่างเพรียวบางเดินไปเบื้องหน้าด้วยความรวดเร็ว แม้ในสายตาคีย์จะเห็นว่าจุนซูพยายามที่จะแกะมือของนายท่านออกมาตลอดทาง แต่มันไม่ใช่เหตุสำคัญว่าอีกฝ่ายจะยินยอมหรือไม่.....เหตุผลสำคัญคือ....คิมจุนซูกลับมาทำไม!!

 

ชางมินและแทมินที่เฝ้ามองอยู่ไม่สามารถบอกได้เลยว่าคีย์กำลังจะทำสิ่งใด

 

“แจจุง...ฮึก....ปล่อยผม...ปล่อยผม”

 

จุนซูร่ำไห้อย่างหวาดกลัว และเสียใจอย่างที่สุด เมื่อเบื้องหน้าของเขาคือร่างของคีย์ที่กำลังเดินเข้ามา ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ และแจจุงก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยมือของเค้าเลย เค้ากลัวไปหมดแล้ว....เค้ารู้สึกผิดต่อคีย์ เค้าไม่สมควรกลับมาที่นี่อีก

 

ระยะห่างสั้นลง แจจุงยังไม่ทันจะหยุดก้าวลง แต่ร่างของคีย์ที่เดินเข้ามาอย่างรวดเร็วนั้น ตรงเข้าไปทางด้านจุนซูในทันที โดยที่แจจุงเองก็รั้งร่างของจุนซูให้หลบหลีกไม่ทัน

 

*เพี๊ยะ!!!!!!!!!*

 

เสียงฝ่ามือตกกระทบแก้มขาวนวลเนียนอย่างแรง จนเกิดรอยแดง สร้างความตกใจให้ผู้ถูกกระทำ และผู้อยู่ข้างกายเป็นอย่างมาก แจจุงได้สติรีบผลักร่างของคีย์ออกไปอย่างแรง จนร่างเพรียวบางเซล้มลงไปผืนทรายอย่างรุนแรง พร้อมๆกับกระบอกปืนสีดำสนิทที่แจจุงชักออกมา และเล็งไปยังร่างเพรียวบางที่นั่งฟุบอยู่บนผืนทรายเบื้องล่าง

 

 

สิ่งที่จุนซูตกใจกว่าการที่ถูกอีกฝ่ายตบจนหน้าชา คือปืนที่แจจุงกำลังเล็งไปยังร่างของคีย์.....

 

ไม่นะ!....เค้าจะไม่ยอมให้แจจุงทำร้ายคีย์เป็นอันขาด

 

“อย่า!!....แจจุงอย่าทำนะ...ผ...ผมเป็นคนขอร้องให้คีย์พาหนีเอง...ฮึก...ผมผิดเอง...อย่าทำเขาเลย”

 

จุนซูถลาตัวไปเบื้องหน้าเพื่อยืนขวางไม่ยอมให้แจจุงทำร้ายคีย์ ทั้งยังบอกมาเฟียหนุ่มว่าเรื่องทั้งหมดเขาเป็นคนผิดเอง ไม่เกี่ยวกับคีย์ แต่สิ่งที่จุนซูเห็นคือ แววตาของแจจุงที่มองตรงไปเบื้องล่างนั้นมุ่งมั่น ดุดัน และเย็นชา

 

รวมถึงชางมินและแทมินที่อยู่เบื้องหลังคีย์ ห่างออกไปนั้น แทมินถึงกับปล่อยโฮออกมาเมื่อเห็นนายท่านกำลังเล็งปืนมายังร่างของพี่ชายของเค้า ชางมินจึงทำได้เพียงกอดปลอบแทมินเอาไว้ ชางมินจะปล่อยแทมินไว้แล้วเข้าไปจับร่างของจุนซูออกมาก็คงจะไม่ได้ ชายหนุ่มจึงพยักหน้าให้ลูกน้องคนที่ขับเรือมาให้นายเข้ามาจับร่างของจุนซูออกไป

 

จุนซูถูกลูกน้องของชีวอนรั้งตัวออกไปจากการขัดขวางทางปืนให้ของคีย์แล้ว....แจจุงไม่เอ่ยสิ่งใดเลย สายตาคมได้แต่จ้องมองใบหน้าของคีย์อย่างสงบนิ่ง แต่แฝงไปด้วยความโหดร้าย

 

เมื่อคีย์มองสบดวงตาคมคู่นั้นของนายท่าน ร่างเพรียวบางก็หัวเราะออกมาอย่างหมดสิ้นหนทาง เสียงแหลมสูงหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ ทั้งๆที่น้ำตายังคงรินไหลออกมาไม่ขาดสาย

 

“ฆ่าเลย!...ฆ่าผมเลยนายท่าน.....ฆ่าผมต่อหน้ามัน!! ฮ่าฮ่า”

 

เสียงคีย์เอ่ยท้าแจจุงดังก้องไปทั่วทั้งหาด และประโยคนั้นของคีย์ก็ทำให้แววตาของแจจุงสั่นไหว คีย์สังเกตเห็นมันได้อย่างชัดเจน

 

“จุนซู....แกเห็นมั้ยว่าสุดท้ายความรักของชั้นมันเป็นอย่างไง.....ตายอย่างไงล่ะ!!!”

 

คีย์หันไปพูดกับจุนซูที่ยืนอยู่ด้านข้างด้วยใบหน้านองน้ำตา แต่ริมฝีปากกลับส่งยิ้มกว้างให้ ร่างบางที่ยืนอยู่ด้านข้างห่างออกไปนั้นยังคงมีลูกน้องของชีวอนจับรั้งไม่ให้ร่างบางเดินเข้าไปหาคีย์ได้ ศีรษะกลมมนส่ายไปมา พร้อมร่ำไห้ กลีบปากบางร้องขอชีวิตให้คีย์อย่างถึงที่สุด

 

“ไม่..ฮึก...แจจุง...อย่าทำ..ฮืออออ”

 

เสียงหวานอ่อนแรงสะอื้นไห้ อย่างน่าสงสาร ร้องขอวิงวอนต่อมาเฟียหนุ่มผู้ที่ยังคงยืนเงียบสงบ จุนซูไม่มีทางได้เห็นแววตาของแจจุงได้ว่าบัดนี้ มาเฟียหนุ่มกำลังจ้องมองคีย์ด้วยแววตาแบบไหน มีแต่คีย์เพียงคนเดียวที่เห็น......ช่างสั่นไหว

 

ปากกระบอกปืนที่เล็งมายังตนไม่ได้ดูน่าหวาดกลัวเลยสักนิด ขืนเค้าตาย....คนที่อยู่ก็ต้องไม่มีความสุข!

เค้าอยากจะทำให้การตายของตนเองเป็นตราบาปติดตัวนายท่านไปตลอดชีวิต เช่นเดียวกับความรู้สึกผิดในจิตใจของคิมจุนซู.....คนทั้งคู่จะไม่มีทางสมหวังเด็ดขาด!!

 

แววตาท้าทายจากคีย์ที่ส่งมาให้ ทำให้แจจุงขบกรามแน่น...ไม่เคยมีใครท้าทายความตายจากกระบอกปืนของเค้าเท่าเด็กรับใช้คนนี้...นิ้วเรียวยาวแตะเหนี่ยวไกเตรียมจะปลิดชีวิต พร้อมๆกับริมฝีปากเรียวบางของคีย์เอ่ยพึมพำแผ่วเบาแทบไร้เสียง...แต่แจจุงอ่านจับประโยคนั้นได้ดี....ติดตา

 

“รักมันมากใช่มั้ย คิมแจจุง....ฆ่าชั้นสิ”

 

*ปัง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!*

 

“ไม่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

 

เสียงแหบหวานกรีดร้องตกใจอย่างสุดขีด เมื่อคำร้องขอของเค้าไม่เป็นผล กระสุนจากปลายกระบอกปืนที่เล็งมายังร่างของคีย์ บัดนี้กระสุนนั้นได้ฝังยังแผ่นอกด้านซ้าย เลือดสีแดงสดไหลรินออกจากบาดแผลมากมาย ภาพความโหดร้ายที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ร่างของจุนซูอ่อนหยวบ ทรุดกายคุกเข่าลงกับผืนทราย ประสาทการรับรู้ตีรวน เสียงปืนดังก้องวนเวียนหลอกหลอน ภาพของคีย์ที่เอนกายนอนราบกับผืนทรายที่รอบๆตัวนั้นอาบไปด้วยหยาดเลือดยังคงติดตา...ดวงตาเรียวเบิกค้างหันมองมาทางเค้า หยาดน้ำตายังคงรินไหลออกมาจากดวงตาคู่นั้น แม้ยามสิ้นลมหายใจ

 

“ฮึก....ฮืออออ...ฆ...ฆ่าเขา..ฮึก...คุณฆ่าเขา...ฮืออออ....แจจุง......”

 

เสียงหวานสะอื้นไห้แทบขาดใจ จุนซูรู้สึกผิดจับขั้วหัวใจที่ไม่สามารถช่วยคีย์ได้

 

 

แจจุงยังคงยืนนิ่ง หลังปลิดชีวิตเด็กรับใช้ ความเด็ดเดี่ยวไม่ได้จางหายไปจากมาเฟียหนุ่มผู้นี้เลย ประโยคที่คีย์เอ่ยแผ่วเบาเพราะหวังจะให้เค้าเห็นเพียงคนเดียวนั้น ทำให้มาเฟียหนุ่มตัดสินใจเหนี่ยวไกออกไปอย่างไม่รีรอ

แจจุงเก็บปืนเข้าแผ่นหลัง เหน็บไว้ยังขอบกางเกงยีนส์ ก่อนจะเดินตรงไปยังร่างของจุนซูที่นั่งทรุดอยู่กับผืนทราย มือใหญ่รั้งร่างบางให้ลุกขึ้น ร่างบางปัดป้องไม่ยอมให้แจจุงจับถูกตัว

 

“อย่ามาแตะต้องตัวผม...ฮึก....ผมเกลียดคุณ!!....ไอ้ฆาตกร!!!”

 

จุนซูตะเบ็งเสียงจนแทบแหบแห้ง ทั้งท่าทาง และแววตาผ่านม่านน้ำตาคู่นี้ แสดงออกชัดเจนว่าเกลียดแจจุงมากแค่ไหน....และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้แจจุงปวดร้าวหัวใจอย่างที่สุด....จนถึงตอนนี้เค้านึกขึ้นได้ว่าทำไม ทั้งหมดมันเป็นแผนของคีย์เองสินะ.....เค้านี่มันโง่จริงๆ

 

“ลุกขึ้นคิมจุนซู!!”

 

แจจุงออกแรงฉุดกระชากท่อนแขนเรียวบางอีกครั้ง ทั้งยังตะคอกอีกอย่างดุดัน....ไม่ได้อยากทำรุนแรงเลย รู้มั้ยว่าหัวใจของเค้าก็เจ็บปวดเจียนตายอยู่แล้ว

 

ร่างบอบบางถูกรั้งให้ลอยหวืดขึ้นอย่างง่ายดาย แต่ร่างบางยังคงดิ้นไม่ยอมเดินไปตามแรงรั้งของอีกฝ่าย

 

“ผมเกลียดคุณ!!....ปล่อย!!”

 

ร่างบางสะบัดแขนให้หลุดออกจากการจับกุมจากอีกฝ่าย แต่แจจุงกลับจับบังคับท่อนแขนเอาไว้ได้ทั้งสองข้าง

 

“ก็ไม่ได้อยากให้รัก!!....เกลียดสิดี...เกลียดชั้นให้เยอะๆ หึ!....หรือว่าตกหลุมรักคนเลวๆอย่างชั้นไปแล้ว?”

 

แจจุงรั้งร่างจุนซูให้เข้ามาใกล้จนใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงนิด พร้อมพูดประโยคร้ายกาจ เสียงทุ้มต่ำหัวเราะลงลำคออย่าถือดี ริมฝีปากร้ายเหยียดยิ้มให้กับปลายประโยค

 

ดวงตาคมมองสบแก้วตาที่มีหยาดน้ำตาไหลรินอยู่ตลอดเวลา ด้วยความเจ็บปวด

 

“ผมเกลียดคุณ คิมแจจุง”

‘ผมรักคุณ คิมแจจุง’

 

น้ำตาใสพรั่งพรูออกมาอย่างมากมายเมื่อเอ่ยประโยคเมื่อครู่จบ หัวใจดวงน้อยบีบรัดจนแทบจะหยุดเต้นแล้ว แววตาของแจจุงที่กำลังจ้องมองมา ทำให้โซ่ตรวนบีบรัดหัวใจจนแทบแตกสลาย

 

“ดี!!!”

 

‘แต่ชั้นรักนาย คิมจุนซู’

 

เจ็บปวดไม่แพ้กัน

 

แจจุงพูดได้เพียงสั้นๆแค่นั้น เขาก็หันหน้าหนี และรั้งข้อมือให้จุนซูเดินตาม เพื่อจะพาเข้าตัวบ้าน หากแต่เมื่อเดินไปได้ยังไม่ถึงสองก้าว แรงขัดขืนที่ว่าก็หยุดชะงักลง และเมื่อหันกลับมามอง มาเฟียหนุ่มก็กำลังเห็นร่างของจุนซูโงนเงนซวนเซกำลังจะทรุดลงผืนทราย แจจุงรีบช้อนรับร่างที่กำลังจะล่วงลงพื้นเอาไว้ได้ทัน ร่างบางอ่อนล้าเกินกว่าจะรับรู้เรื่องราวได้อีกต่อไป...เปลือกตาหนักอึ้งปิดลงในทันทีที่เท้าก้าวเดินต่อไปไม่ไหว และปล่อยทิ้งร่างให้เป็นไปตามแรงโน้มถ่วง...สติดับวูบไป....อ่อนล้าเหลือเกิน

 

“จุนซู....จุนซู!!”

 

แจจุงอุ้มร่างของจุนซูไว้แนบอก พลางเอ่ยเรียกอีกฝ่ายอย่างเป็นห่วง ใบหน้าหวานพุดพลายไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา แจจุงร้อนใจ เร่งรีบเดินพาร่างของจุนซูตรงเพื่อเข้าตัวบ้าน

 

“ชางมิน...ให้เด็กๆจัดการเรื่องศพของคีย์ให้เรียบร้อย.......แทมิน...ชั้นขอโทษ”

 

ขณะที่เดินผ่านชางมินที่ยืนโอบกอดแทมินที่ซุกหน้าสะอื้นไห้อยู่นั้น แจจุงก็เอ่ยสั่งการให้ชางมินจัดการทุกอย่าง รวมถึงเอ่ยขอโทษแทมิน....ก่อนที่แจจุงจะอุ้มร่างไร้สติของจุนซูเดินเลยไปขึ้นบ้านไป

 

ชางมินไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่รับรู้งานที่นายท่านสั่งไว้ พลางพยักหน้าบอกให้ลูกน้องของชีวอนโทรเรียกคนมาเพิ่มจัดการทุกอย่าง ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินโอบแทมินเพื่อเข้าบ้านเช่นกัน ชางมินรู้ว่าแทมินจะไม่ถือโทษโกรธนายท่าน เพราะคนที่ผิดคือตังของคีย์เอง และภาพที่นายท่านยิงคีย์ ชางมินก็ไม่ให้แทมินได้เห็น ชายหนุ่มรั้งใบหน้าหวานของแทมินให้ซุกลงกับอกของเค้า

 

เรื่องของคีย์จบลงแล้ว แต่เรื่องของนายของเค้าและจุนซูคงยังไม่จบลงง่ายๆ.....

 

ความรักมันช่างน่ากลัวเหลือเกิน

 

เค้าได้แต่ภาวนาให้ทุกอย่างไม่เลวร้ายลงไปกว่าเดิม อย่าได้มีการสูญเสียเกิดขึ้นอีกเลย อดีตมันเจ็ปปวดมากพอแล้ว

 

“ไปสู่ สุขคตินะคีย์.........”

 

 

 

 

TBC….

 

 

 

Talk: สวัสดีค่ะ ก้อยมาแล้ว TT^TT ยาวนานเหลือเกิน ปล่อยทิ้งไว้นานอีกแล้ว ดูเหมือนก้อยจะแต่งแบบรีบๆไม่ได้เสียแล้ว ต้องปล่อยระยะเวลาให้มันห่างๆกัน ฮ่าๆๆๆๆ หายไปนานมากเลยค่ะ เจอภาวะรุมเร้ามากมายเลยทีเดียว ทั้งน้ำท่วม ทั้งดราม่าส่วนตัว เอิ๊กกกกกกกกกกกกก กลับมาแล้วค่ะ!!! วันนี้ก้อยกลับมาแล้ว^^ อย่างไงก็ต้องเอาให้จบอ่ะเรื่องนี้ ถ้าลงพาร์ท 17 นี้ไปแล้วก็คงเหลืออีก 2 ตอนก็จะจบแล้วค่ะ (จบลงที่พาร์ท 19) ใจหายเนอะ แต่งมาจะจบแล้วอ่ะค่ะ แต่ช็อยก็ยาวนานจริงๆนะคะ สมควรที่จะจบได้แล้ว 555+ ก้อยเริ่มจำไม่ได้แล้วว่าแต่งไว้ตั้งแต่ปีไหน ฮา  
ก้อยเองก็ต้องขอโทษทุกคนจริงๆที่ปล่อยให้รอคอยกันยาวนานขนาดนี้ TT__________TT ตอนแรกว่าจะมาอัพตอนวันเกิดจุนซู แต่ก็ไม่ทัน เพราะไม่มีฟิลแต่งเลยค่ะ นี่พึ่งจะได้ฟิลเมื่อสองวันก่อน จากการฟังเพลง(ที่ไม่คิดว่าจะทำให้ฟิลก้อยเกิด) นั่นก็คือเพลง Paradise ของน้องๆ Infinite ค่ะ บวกกับเพลง Bad ของพี่ Tablo ด้วยค่ะ เจิดเลยทีนี้ ปั่นยิกๆเลยค่ะ ฮ่าๆๆๆ สรุปเลยใช้เวลา 3 วันก็แต่งเสร็จเลย ก้อยชักแปลกใจกับตัวเอง เคยบอกไปแล้ว เวลาจะปั่นฟิคทีต้องใช้เวลาหนึ่งอาทิตย์ แต่เดี๋ยวนี้ 2-3 วันก็เสร็จแล้ว TT^TT บ้าพลังมากค่ะ ก็ดีใจที่แต่งเร็ว เพื่อนๆจะได้อ่านกันเนอะ

 เอาล่ะค่ะมาพูดถึงพาร์ท17นี้บ้าง บีบหัวใจมากค่ะ ไม่มีอะไรมากเลย ภาพประกอบบอกอยู่แล้วว่าพาร์ท17นี้ใครเด่น ฮ่าๆๆ คีย์ค่ะ สุดท้ายก็พบกับจุดจบ ก้อยชอบมากเลยค่ะ ไม่ได้รู้สึกเกลียดหรืออะไรคีย์เลยนะคะ (แม้เพื่อนๆจะเกลียดก็ตาม) ก้อยรู้สึกสงสารคีย์มากค่ะ แต่งไปร้องไห้ หลายฟิลมากเลย ตอนคีย์ยิ้มหรือหัวเราะ ก้อยก็ทำตามค่ะ บ้ามาก และฉากที่คีย์ตาย ก้อยอิงมาจากการ์ตูนเรื่องมาเฟียที่รักของ อ.ชินโจ มายู ด้วยค่ะ เอามานิดๆ เพราะชอบมากเลย เป็นการตายที่สร้างจุดเปลี่ยน ปนความแค้นนิดๆของคีย์ด้วย คีย์ฉลาดนะ จะตายยังทำให้คนที่อยู่เป็นทุกข์ต่อไปได้ แถมอารมณ์พี่แจก็ดูขึ้นๆลงๆ จะอ่อนโยนก็ไม่เชิง ก้อยยังคงคีฟลุคพี่แจค่ะ ไม่ยอมให้หลุดอ่อนโยนมากเด็ดขาด ส่วนน้องก็น่าสงสารเหมือนเดิม ปวดใจจจจจจจจจจจจ *โหยหวน* ยิ่งเรืองเข้มข้นแบบนี้ น้องยิ่งน่าสงสารที่สุดอ่ะค่ะ ขอไม่พูดอะไรมาก เดี๋ยวสปอยหมดTT^TT

 หวังว่าเพื่อนๆจะชอบพาร์ทนี้กันไม่มากก็น้อยนะคะ ก้อยทุ่มใจทุกพาร์ทอยู่แล้ว และพาร์ทนี้ก็เช่นกันค่ะ หนักอยู่เหมือนกันนะคะ 5555+ พาร์ท17นี้ลงปิดท้ายปี 2554 เลยทีเดียว สวยงามมากค่ะ ฮ่าๆๆ โอ้ย ก้อยพูดเยอะอีกแล้ว =[]= ไปดีกว่าค่ะ

ขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ก้อยนะคะ เพราะถ้าไม่มีทุกคน ก้อยก็คงไม่มีกำลังใจทำมันต่อไป ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ และช่วยติดตามไปจนจบด้วยนะคะทุกคน^_________________^

 

แล้วพบกันในปีหน้าฟ้าใหม่นะคะ ขอให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆทุกคนมีความสุขตลอดปี ตลอดชาติเลยค่ะเอ้า!!

พาร์ทหน้ามาช้าอย่าว่ากันเน้อ ก้อยคงได้ทำภารกิจอะไรอีกเยอะล่ะค่ะ ฮ่าๆๆ รักทุกคนนะคะ *ยิ้มหวาน*

 

 

edit @ 31 Dec 2011 09:32:39 by masoo

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไรเตอร์ลงเค้าดาวปีใหม่นะ55confused smile

#1 By (115.87.119.99) on 2011-12-29 03:31

ภาประกอบฟิคมาแบบคีย์นางร้ายมากเลย อ๊ายยยยจะได้อ่านฟิดเรื่องซ้อยต่อซะที 55 ดีใจจัง ไรเตอร์ happy new year 2012 ขอให้แต่งฟิคแล้วมีคนอ่านเยอะๆbig smile big smile

#2 By min (122.154.3.60) on 2011-12-29 14:06

รอชั้นรอเธออยู่

นะจ๊ะ ทูคิมแอนด์ไรเตอร์ที่รัก

#3 By tokay (125.24.47.203) on 2011-12-30 16:20

แวะมาจองพื้นที่รอดักตบนุ้งคีย์ก่อนได้มะๆๆๆ
หน้าร้ายมากกกเลยอ่าา ขอสงสารจุนซูล่วงหน้าเลย TT^TT
กี่เดือนแล้วเนี่ยย ดีใจที่จะได้อ่านตอน 17
งื้ออออ

#4 By keep5 in1 (124.121.200.72) on 2011-12-30 21:35

ถึงจะหมั่นใสคีย์อยู่บ้าง แต่สุดท้ายต้องมาพบจุดจบแบบนี้ก็สงสารคีย์เหมือนกันนะ แจแจอ่ะใจร้ายมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

#5 By มินิ (49.229.191.15) on 2011-12-31 12:20

เจ็บและจุกเลยจริงๆ กับพาร์ทนี้
จุนซูจะมีตอนไหนที่ไม่ร้องไห้
บ้างนี่?
แอบสะใจนิดหน่อยที่คีย์ตายไป
แต่จุนจังเราจะเป็นไงต่อล่ะนี่ จะรู้สึก
ผิดกับความตายครั้งนี้มั้ย?
ปาร์คเจอจุนแล้ว ใกล้เข้าไปทุกทีแล้วสินะ
เอือก...อยากอ่านตอนต่ออ่ะ

#6 By flewless (171.7.191.42) on 2011-12-31 19:27

เพิ่งเค้าดาวท์ไปเมื่อกี้เองและก้อได้อ่านซ้อยไปด้วย
อ่านแล้ว หักมุมจากที่คิดไว้ ไม่คิดว่าจุนซูจะเจอปารค์เร็วแบบนี้ ตอนแรกนึกว่าคีย์จะต้องอยู่เป็นนางร้ายไปอีกนานแต่ก็ตายแบบร้ายๆนี่เนอะ เอาความเกลียดทิ้งไว้ให้
แอบใจหายว่าอีกสองตอนมันจะจบแล้ว
ปล.ยังรอไรเตอร์เสมอนะค่ะ รอวันที่รวมเร็วเสร็จ หว้งว่าไรเตอร์คงไม่ใจร้ายให้จบปีหน้านะค่ะ

#7 By min (124.120.95.201) on 2012-01-01 00:25

กว่าจะได้อ่านพาร์ท 17 รอแล้วรอเล่า เข้ามาแล้ว เข้ามาอีก
จนเจอ coming soon ดีใจมากกกก พอพี่ก้อยบอก
ลงวันนี้ แอมก็มาอ่านตอนดึกๆเลย ตี 1 ฮ่าๆๆๆๆ
ตอนนี้แหละ ได้บรรยากาศการจินตนาการแบบล้ำลึก

มาว่ากันด้วยพาร์ทนี้ดีกว่า...เท่าที่อ่านมา
พาร์ทนี้สะเทือนตับ สะเทือน ไต สะเทือนใจมากที่ซู้ดดด
อ่านไป น้ำตาซึม...หัวใจรู้สึกบีบรัดทุกครั้ง เมื่ออ่านไปแต่ละบรรทัด...สุดยอดจริงๆ TT^TT ซูฮกเลยพี่คนนี้
อ่านแล้วอยากร้องไห้มากๆอ่ะ เบะปากแล้วด้วย
แต่คนที่บ้านอยู่เยอะจริงๆ...น้ำตามันเลยไม่ไหลออกมา
น้ำตาตกใน ได้แต่ร้องไห้ในใจ มันเจ็บปวดกว่าอีก
เจ็บปวดเพราะสงสารทุกคนเลยในพาร์ทนี้...

สงสารแทมินที่สูญเสียพี่ชายไป...ต่อไปนี้แทมินจะอยู่กับใคร...แต่ยังโชคดีหน่อย ที่ยังมีชางมิน เหมือนชางมิน
จะแอบเป็นห่วงแทมินด้วย...ปลอบตลอด คนนี้ก็หมดห่วงไปก่อน...

สงสารคีย์...ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เกลียดจนถึงกระดูกดำ
คีย์ทำทุกอย่างได้เพราะความรัก...แต่ความรักของคีย์
มันน่ากลัวเกินไป...คีย์ต้องมาตายเพราะคนที่ตัวเองรัก
รักข้างเดียว...แถมโดนคนที่ตัวเองแอบรักมาเนิ่นนาน
ยิงเข้าที่หน้าอกด้านซ้าย ด้านที่มีหัวใจ...หัวใจที่มอบให้กับคนที่บรรจงชี้ปืนเพ่งเล็งมาที่ตัวเอง...ต้องตายเพราะคนที่ตัวเองแอบรัก....อยากบอกว่าโคตรเจ็บ...
เสี้ยววินาทีสุดท้าย ก่อนที่คีย์จะตาย...มันคงเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดมากๆอ่ะ...ฮืออออ สงสารคีย์จริงๆนะ
พาร์ทนี้เม้นคีย์ยาวเลย

คนที่ยังมีชีวิตอยู่นี่สิ น่าเป็นห่วงที่สุด...ทรมานกว่าคนที่ายไปแล้วซะอีก...

สงสารปาร์คยูชอน..เจ็บมั้ย? กับภาพบาดตาที่สถานีรถไฟ
แถมยังโดนจับตัวไปอีก..คงกระวนกระวายใจน่าดู

สงสารจุนซู...อุตส่าห์หนีออกไปได้แล้ว...สุดท้ายก็หนีไม่พ้น...ความจริงจุนซูก็ไม่อยากไปจากแจ..เพียงแค่ในใจยังคงรู้สึกผิดต่อว่าที่สามีปาร์ค...สามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย...กับแจจุง เป็นสามีของจุนซูผูกพันธนาการไว้ด้วยร่างกาย...พร้อมทั้งหัวใจ...ร่างทั้งร่าง รวมถึงก้อนเนื้อที่อกซ้าย...เป็นของผู้ชายใจร้ายที่ชื่อ คิมแจจุง
โดยหมดสิ้น...ในตอนแรกจุนซูมากับแจแค่ตัวเปล่า
กลับต้องโดนพรากหัวใจดวงน้อยไปกับคนที่คอยรังแก
ซ้ำร้ายยังต้องคอยหลอกตัวเอง...ว่าไม่มีทางรักผู้ชายคนนี้...สายเกินไปแล้วจุนซู โฮกกกกกกกก ที่รักน่าสงสารเกินไปแล้ว...ตัวเองยังต้องมารู้สึกผิด ที่คีย์ตายอีก
คนหล่อโหดร้าย เหลือเกินนนน....

สงสารแจจุง...เหมือนจะแน่ใจแล้วล่ะ...ว่าหลงรักจุนซูเข้าแล้ว...ถอนตัวไม่ขึ้นอีกแล้วด้วย...จะอาไงล่ะทีนี้
จัดการธุรกิจในวังวนมาเฟียยังไม่พอ ยังต้องมาจัดการ
หัวใจจากวังวนแค้นที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้น...เฮ้อออ
เหนื่อยใจแทนมาเฟียคนนี้เหลือเกิน...

แล้วแจจุงก็ยังคงคอนเซ็ปหล่อโหดเหมือนเดิม
อารมณ์ขึ้นลง จนคนอ่านตามอารมณ์แทบไม่ทัน
จุนซูก็คงไม่ต่างกัน...เดี๋ยวมาอ่อนโยนด้วย สักพักก็โหดร้ายใส่อีกตามเคย...จับมันปล้ำเลย พี่แจจุงจะได้หายคลั่งซะที กร๊ากกกกกกกกกก (ความหื่นส่วนตัว ห้ามลอกเลียนแบบ)


พี่ก้อยยย ถ้าแอมจะพร่ำเพ้อขนาดนี้...55555+
ขอโทษทีจร้าา เพิ่งสร่างง่ะ..ไม่งั้นเม้นเยอะกว่านี้อีก
เอิ๊กกก!!!!

#8 By keep5 in1 (124.122.228.160) on 2012-01-01 02:32

สวัสดีปีใหม่2555ค่ะ....

คืนนี้ไม่ว่ายังไงก็ต้องอ่านให้ได้...Choice......

ระหว่างที่อ่าน..สมองก็มโนภาพตาม..ว๊าววววว...

ภาพซูจังตกใจหน้าซีดเผือด..เมื่อได้ยินเสียงของแจจุง

ที่สถานีรถไฟและ

ภาพที่ซูจังรีบเอาตัวมาขวางไม่ให้ยูชอนทำร้ายแจจุงซ้ำ

มันคืออะไร..ถ้ารีดเดอร์เป็นยูชอนก็คงจะตกใจและแปลก

ใจกับท่าทีของคนรักที่ออกมาปกป้องแจจุง

ภาพแจจุงประสานมือและโอบกอดซูจังไม่ให้ห่างกาย

ด้วยเพราะความกลัวที่เกิดขึ้นในหัวใจ

และได้อารมณ์สุดๆกับภาพคีย์จ้องหน้าประสานสายตา

กับแจจุงพร้อมทั้งเอ่ยประโยค"รักมันมากใช่มั๊ยคิมแจจุง

ฆ่าชั้นซิ"ฉากนี้ใครที่อ่านมาเฟียที่รักจะทราบกันดีว่าฮัน

หลงจำเป็นต้องฆ่าต่างกับแจจุงที่หลงกลคีย์ที่ได้สร้างรอย

แผลขึ้นในใจของซูจังด้วยน้ำมือของตัวเอง..

#9 By แว่น (180.183.163.75) on 2012-01-01 03:36

แอบสงสารคีย์นิดๆ

แต่เธอก็ร้ายเกิ๊น จะตายแล้วยังก่อเรื่องอีก

แจจุงอ่ะน่าสงสารปนหมั่นไส้ รัก็บอกไปดิ เก็บไว้ทำไม

จุนจังน่าสงสารแย่แล้ว อ่านตอนจุนร้องไห้แล้วได้อารมณ์

มาก แบบว่าอินจัดๆอ่ะ

#10 By tokay (125.24.31.84) on 2012-01-01 08:54

ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ..Choice...

และนี่ก็เป็นครั้งที่2ที่เข้ามาอ่าน...Choice....

พาร์ทนี้จัดได้ว่าเป็นพาร์ทที่คลาสสิคสุดๆ....

มีฉากประทับใจเน้นอารมณ์หลายๆฉาก....

เริ่ม 2 บรรทัดแรกก็โดนใจไปเต็มๆ....

หนีอะไร หนีได้...แต่หนีหัวใจตัวเองไม่เคยได้

เลือกอะไร เลือกได้..แต่เลือกสิ่งที่หัวใจร่ำร้องกลับ

เลือกไม่ได้

อ่านแล้วมันเจ็บ..นะ....มันเจ็บที่หัวใจ....

มันเป็นเรื่องยากที่จะตามใจตัวเองในทุกๆเรื่อง....

โดยเฉพาะ.เรื่องของความรัก.....

เหมือนอย่างเช่นซูจัง..แม้อยากจะพูดในสิ่งที่ใจต้องการ

แต่กลับพูดออกมาไม่ได้..ต้องโกหกแม้กระทั่งตัวเอง

มันทำให้รู้สึกเจ็บปวดที่ใจสิ้นดี........

ทุกย่างก้าว..ที่เดินห่างออกไป...ด้วยความไหวหวั่น...

ใจไม่อยากจากแต่ก็ต้องไป......

ไปเพื่อต้องการหลุดพ้นจากความเจ็บปวด.....

น้ำตาของซูจังที่ไหลออกมามันไม่ใช่เพราะความดีใจ..

หากแต่เป็นเพราะความเสียใจที่จะต้องจากคนที่ตนรัก...

แล้วก็มาถึงฉากที่แจจุงตื่นขึ้นมารับรู้ว่าจุนซูได้หนีไปแล้ว

ความกลัวที่แจจุงไม่เคยรู้จักเริ่มเข้ามาครอบงำ......

ทำใ้ห้สมองคิดหนัก.อยู่อย่างเดียวว่า....

จะต้องตามเอาตัวกลับมาให้ได้..(ถ้าหายตัวไปได้ก็จะทำ)

และฉากนี้ก็เป็นฉากเด็ดยาวต่อเนื่องกันมาเลย....

เริ่มจากฉากที่แจจุงรีบเดินมาหาซูจังที่สถานีรถไฟ

และก็ได้เห็นแค่ด้านหลังของคนที่กำลังตามหาก็จำได้..

ตอนนี้หัวใจของแจจุงที่กำลังจะหยุดเต้นก็......

กลับมาเต้นรัวอีกครั้ง.แค่เห็นแผ่นหลังก็จำได้ว่าเป็นใคร

(อ๊ากกก.อยากให้ซูจังรู้จังเลยว่าแจจุงรักมากขนาดไหน)

ฉากนี้รีดเดอร์ดีใจสุดๆที่แจจุงตามมาได้ทัน...เพราะ

แอบกลัวว่ายูชอนจะมาเจอซูจังซะก่อนน่ะ...เฮ้อ..โล่งอก

ฮากับตัวเองมาก..ลุ้นซะตัวโก่งเลย.เหมือนวิ่งตามไปด้วย

"ทำไมชั้นถึงมาเจอนายที่นี่ แทนที่จะเป็นห้องนอน"

เป็นประโยคที่ฟังแล้วเสียวสันหลังวาบเลย.....

ฉากต่อจากนี้ซูจังพยศหนักเลย..และสาเหตุหนึ่งก็เพราะ

ถ้าตัวเองได้กลับไปที่เกาะ...คีย์ก็จะต้องตาย....

และก็เพราะเสียงพยศของซูจังนี่แหละที่ทำให้.ยูชอน

ได้มาพบคนที่เค้ากำลังตามหา....คิมจุนซู....

เป็นฉากที่ฟินมากที่สุดอีกฉากหนึ่ง..อ๊ากกกกกกก...

ปาร์คมันดันมาเห็นตอนที่แจจุงกำลังบังคับจูบซูจังอยู่...

โว๊ววว...เฮียแจของเราไม่แคร์สื่อเลยวุ๊ย...

to be continued ไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ..หนังตามันหนัก

เดี๋ยวพรุ่งนี้มาอ่านต่อ ^-^

#11 By แว่น (180.183.161.89) on 2012-01-04 00:21

T T คิดถึงฟิคเรื่องนี้มากกกก ~ ไรเตอร์มาอัพไวๆนะค่ะ ไม่ไหวแล้ววววว ค้างมากกกกกกกก ~
ดราม่าได้อีกกก แต่ชอบบบ 5555

#12 By fangezzz (125.25.13.118) on 2012-01-04 14:03

โอ้....ได้อ่านแล้วดีใจจังงงง

#13 By noree..Atenlove_k (124.122.59.198) on 2012-01-07 23:25

เดินทางจากโรงแรม In Heaven เข้ามาแปะ^___^

#14 By delljunsu (171.4.129.166) on 2012-01-10 20:17

คิดถึงจังเลยยยย
confused smile

#15 By min (124.120.151.236) on 2012-01-17 13:08

วันนี้ท่านท๊อดทำให้คิดถึงจุนจัง.. ^-^

#16 By แว่น (183.89.16.36) on 2012-01-18 03:33

แวะมาทักทายไรเตอร์ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังแต่งchoiceอยู่รึป่าวน้า^^
ปล.คิดถึงมากเลยยยbig smile

#17 By min (124.120.181.232) on 2012-01-30 16:24

วันนี้ไม่มีสติทำงานเลย..ใจมันไปที่อิมแพคแล้ว..ต้องหาไรมากระชากสติกลับ..เลยแวะเข้ามาหาชู้รักของช้านนนนนนนน... 2KIM (^-^)

ฉากในเรือ..แจจุง..กลัวมากใช่มั๊ย..

กอดแนบกายไม่ยอมให้ห่างเพราะกลัวเค้าจะหนีนายไปอีก..ว๊าวววว...อ่านแล้วหัวใจมัน..วูบหวิว..หวั่นไหว..อยากจะกอดให้กายนี้ประสานรวมเป็นหนึ่งซะให้ได้..คุมจุนซูเธอเป็นของชั้นคนเดียว...

#18 By แว่น (180.183.160.92) on 2012-02-18 10:20

อ้ากกก
ไรท์เตอร์มาอัพที่นี้แทนนึกว่าจะอัพในบอร์ด
แต่ปาร์คเจอจุนแล้วอ่ะ
จะเป็นยังไงต่ออ่ะทีนี้
แจโหดไปอ่ะยิงคีย์ต่อหน้าจุนเลยอ่ะ

#19 By dolphin_fon (58.11.78.251) on 2012-02-23 14:43

ก้อยคะ เราแทบร้องไห้ที่ได้อ่านเรื่องนี้อีกครั้ง T-T
คือเราตาม่านมาตั้งแต่ก้อยอัพลงบอร์ดใหญ่ แล้วตามไปที่บอร์ดฟิค... จนสุดท้ายมาได้อ่านอีกครั้งที่บล็อคก้อย
นี่ถ้าพี่อ้อมไม่มาบอกเราว่าช้อยอัพแล้วนะ เราคงยังมึนเต่าหาฟิคไม่เจอต่อไป คิดถึงบอสแจสุดๆ!!!!!!

ตามอ่านมาตั้งแต่ยังเรียนมหาลัย ตอนนี้เรียนจบ ทำงานมาปีแล้วค่ะ ฮิฮิ ช่างแสนยาวนาน

ขอวิ่งไปอ่านอีกสองตอนก่อนน๊าาา        

#20 By piizsyjoong (103.7.57.18|27.130.159.188) on 2012-05-20 22:37