ShortFic

[SF] Bad [2Kim]

posted on 20 Nov 2011 15:53 by makiya-junsu  in ShortFic
Subject : [SF] Bad
Author : masoo
Character : 2Kim
Category: Drama
Rate :R/SM


Talk: กลับมาอีกครั้งหลังจากบ้านน้ำท่วม TT^TT ชั่ววูบมากเลยทีเดียว
พล็อตทั้งหมดเกิดจากmvเพลง Bad ของพี่Tablo เพียงคนเดียว
มันกระตุ้นก้อยมากเลยค่ะ ดูแล้วนึกถึงเพลง Fan ที่เคยทำให้ก้อยนำมาแต่งฟิคไปแล้วก่อนหน้านี้
แล้วพอไปดูคำแปล ก็ใช่เลย ตรงกับพล็อตที่คิดไว้เป๊ะๆ ตอนแรกช่างใจว่าจะแต่งคู่ไหนดี
สรุปเอาพี่แจเป็นพระเอกดีกว่า เหตุเพราะชอบรอยสักด้านหลังของพี่แจค่ะ คิคิ
แต่ก้อยได้แปลเป็นยูซูด้วยเช่นกัน เพื่อนๆเลยจะได้อ่านกันทั้งสองเวอร์
แต่ต้นฉบับจะเป็นแจซูค่ะ สำหรับเพื่อนๆที่เคยอ่านเรื่องแฟน แล้วชอบการแต่งแนวนั้นของก้อย
ก้อยหวังว่าเพื่อนๆจะชอบเรื่องแบดด้วยเช่นกัน เพราะก้อยจะแต่งแนวๆนั้นอีกครั้งค่ะ
เริ่มรู้สึกว่าตัวเองชื่นชอบฟิคแนวนั้นไปเสียแล้ว ฮ่าๆๆ เริ่มมาโซวของจริงแล้วแหละงานนี้ เอิ๊กกกกกกกกก~
เอาเป็นว่าก้อยไม่พูดอะไรมากดีกว่าค่ะ ไปตามอ่านกันเลยเนอะ


ปล.อาจมีภาษาที่ผิดพลาด ก้อยขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
ปล.ขอบใจน้องแพรวสำหรับรูปประกอบงามๆจ้า
** ฟิคชั่นเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้แต่งหาได้มีส่วนของความเป็นจริงไม่
เนื้อเรื่องมีฉากรุนแรงในบางซีนอารมณ์ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ**
 

 

 

 [SF] Bad

 

 

 

 

 

 

 

ร่างบางยืนนิ่งงันอยู่ระหว่างประตูห้องนอนที่เป็นบานกระจกดำมืด ภายในห้องนอนมืดสลัว มีเพียงแสงสว่างจากโคมไฟตัวเล็กที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้เล็กๆตรงหัวเตียง แสงสะท้อนจากโคมไฟทำให้เห็นไวน์ขวดเรียวยาวและแก้วไวน์ทรงสูงตั้งอยู่บนโต๊ะไม้เล็กๆนั่น ชายหนุ่มรูปร่างบอบบางที่ยืนนิ่งอยู่ตรงประตูกระจกดำที่ปิดสนิท แต่งกายด้วยเสื้อยืดสีขาวสะอาดและสวมทับด้วยแจ็คเก็ตหนังสีดำวาว เข้ากับกางเกงยีนส์ทรงสกินนี่เข้ารูปสีเข้ม ทรงผมสั้นมาดแมนทำสีน้ำตาลเข้มอมทอง แต่ดวงหน้าหวานกลับกลบความมาดแมนนั้นไปจนสิ้น หากแต่ปลายเท้ากลับเปลือยเปล่าไร้รองเท้าที่เคยสวมใส่ ฝ่าเท้าเปล่าขาวสะอาดนั้นกำลังยืนอยู่บนหินอ่อนสีครีมที่แสนจะเย็นเฉียบ ที่ถูกปูไว้ทั่วพื้นของห้องนอน มันช่างแสนจะเย็นยะเยือกมากกว่าเป็นห้องนอนที่แสนจะอบอุ่น

 

ปลายเท้าเปลือยเปล่าก้าวถอยหลังให้ออกห่างจากบานประตูกระจกช้าๆ เมื่อเห็นเงาของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งกำลังย่างก้าวเข้ามาใกล้บานประตูมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ จวบจนแผ่นหลังบอบบางชนเข้ากับขอบโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่ตั้งไว้อีกมุมของห้องนอนกว้าง และเป็นเวลาเดียวกับที่บานประตูกระจกได้เปิดออก เผยปรากฏภาพของชายหนุ่มร่างสูง หน้าตาหล่อเหลา เส้นไหมสีดำสั้น จับเซ็ตผมเบื้องหน้าตั้ง เผยให้เห็นหน้าผาก ดวงตาคมเข้มทรงเสน่ห์มากขึ้นไปอีกเมื่อขอบตาถูกแต่งแต้มไปด้วยอายไลน์เนอร์สีดำ บวกกับเสื้อผ้าที่สวมใส่ยิ่งขับให้ชายหนุ่มช่างดูดีเหลือเกิน

 

ร่างสูงสวมเสื้อกล้ามสีดำเข้ารูปเน้นให้เห็นกล้ามอกและกล้ามท้องไว้ด้านใน ด้านนอกสวมทับด้วยแจ็คเก็ตหนังสีดำ รูปแบบคล้ายกับของร่างบางจนแทบไม่แตกต่างกัน เบื้องล่างสวมยีนส์สีเข้มเข้ารูป ด้านข้างกระเป๋ากางเกงยีนส์ห้อยระย้าไปด้วยโซ่เหล็กตามสไตล์พังค์ร็อค เข้าคู่กับรองเท้าบูทหนังสีดำที่สวมทับปลายกางเกงยีนส์ ร่างสูงไม่คิดจะถอดมันออก ทั้งยังเดินตรงเข้ามาภายในห้อง จุดหมายคงไม่ใช่ใครอื่นไกลจากนอกร่างบางที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ตรงมุมห้องด้านใน

 

“นายรอฉันอยู่ใช่มั้ยจุนซู?” เสียงทุ้มเอ่ยถามราบเรียบแต่ทั้งประโยคกลับเต็มตื้นไปด้วยความรู้สึกรัก

 

‘เขาบอกว่าบางอย่างเปลี่ยนไป เขาบอกว่าผมเปลี่ยนไป’

 

ร่างบางส่ายหน้าปฏิเสธรัวเร็ว แม้หัวใจของเขาจะยอมรับก็ตาม จุนซูเห็นริมฝีปากของแจจุงกำลังยกยิ้ม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ตนเรื่อยๆ จุนซูไม่รู้จะถอยหลังหนีไปไหนได้อีกแล้ว ไม่มี

 

ฝ่ามือหนาเอื้อมมาจับต้นแขนของจุนซูเอาไว้ แต่จุนซูสะบัดมันทิ้ง และรีบก้าวไปข้างหน้า เพื่อออกไปจากห้องๆนี้ให้เร็วที่สุด เพียงแค่ร่างบางเดินผ่านร่างของแจจุงไปเพียงนิด แขนเรียวยาวของชายหนุ่มก็เอื้อมย้อนกลับไปจับข้อมือของจุนซูเอาไว้ได้ทัน จุนซูขัดขืนพยายามจะสะบัดข้อมือที่ถูกแจจุงจับรั้งไว้ให้หลุดออก แต่ยิ่งออกแรงมากเท่าไหร่ แจจุงกลับยิ่งบีบรัดรอบข้อมือเล็กมากขึ้นเท่านั้น จุนซูจึงหันหน้ามาและกวาดฝ่ามืออีกข้างที่ว่างฝาดกระทบใบหน้าของแจจุงอย่างเต็มแรง

 

*เพี๊ยะ!!!*

 

เสียงฝ่ามือกระทบปรางแก้มดังกังวานไปทั่วทั้งห้อง เครื่องหน้าหล่อเหลาหันไปตามแรงที่ถูกฝ่ามือของจุนซูตบ ทำให้แจจุงยอมคายฝ่ามือออกจากข้อมือเล็ก จุนซูไม่คิดจะสนใจว่าแจจุงจะรู้สึกเจ็บแสบ หรือปวดร้าวอะไร ร่างบางหันหลังเดินตรงไปยังบานประตู เอื้อมมือกำลังจะเปิด หากแต่แขนเรียวเล็กกลับถูกแจจุงจับรั้งกลับไปด้านหลังอย่างแรง เสียจนร่างทั้งร่างกระทบเข้ากับอกแกร่งของแจจุงพอดิบพอดี

 

“ปล่อยฉันแจจุง!!!”

 

เสียงแหบหวานตะคอกใส่หน้าร่างสูงอย่างเหลืออด ทั้งยังดื้อดึงออกแรงขัดขืน เมื่อฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้าง เลื่อนมาจับต้นแขนทั้งสองข้างของเขาเอาไว้จบแทบขยับกายไปไหนไม่ได้

 

“ตอนนี้นายไม่น่ารักเลยจุนซู....หืม?”

 

‘เขาบอกว่าบางครั้งผมเย็นชา ทั้งๆที่เคยเป็นคนที่น่ารักใคร่’

 

เสียงทุ้มเอ่ยพลางก้มหน้าลงเพื่อมองสบดวงตากลมใสของคนรัก แต่จุนซูกลับไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมา ทั้งยังดิ้นรนให้หลุดจากการจับกุมเสียอีก

 

แจจุงยอมปล่อยแขนซ้ายของจุนซูออก และมันก็เป็นเช่นเดิม จุนซูตบเขาอีกครั้ง.....ซ้ำลงตรงที่เดิม แต่ครั้งนี้จุนซูกลับยืนนิ่งอยู่กับที เช่นเดียวกับแจจุงที่ยอมปล่อยให้ร่างของจุนซูเป็นอิสระ ใบหน้าที่หันไปตามแรงกระทบที่รุนแรง หันกลับมายังที่เดิม แจจุงช้อนสายตาคมขึ้นมองใบหน้าและสบเข้ากับดวงตากลมใสของจุนซูที่กำลังสั่นไหว ดวงตากลมใสของจุนซูมองเห็นปรางแก้มของคนรักเป็นแผลยาว อาจเป็นเพราะคมเล็บของเขา เลือดสีสดไหลซึมออกมาจากรอยข่วนของบาดแผล จุนซูถลาเข้าไปหาแจจุงโดยไว

 

ยันปลายเท้าเพื่อยืดให้ร่างและใบหน้าเคลื่อนเข้าไปหาคนรัก ดวงหน้าหวานเคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าหล่อเหลามากขึ้นเรื่อยๆ มือเล็กประครองใบหน้าคมคายเอาไว้ ก่อนริมฝีปากเรียวจะไล้ปลายลิ้นเล็กแลบเลียไปยังบาดแผล แผ่วเบา รสชาติของเลือดสีสดอบอวนอยู่ในโพรงปากหอมหวาน ท่อนแขนแกร่งโอบกอดร่างเล็กเอาไว้ ปล่อยให้จุนซูแสดงความเอาใจใส่และรู้สึกผิดกับแผลของเขาไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะถอดแจ็คเก็ตหนังตัวนอกของจุนซูออกไป และดันร่างบางให้เดินถอยไปด้านหลัง จนกระทั่งสะโพกมนชนเข้ากับขอบโต๊ะไม้ตัวใหญ่

 

แจจุงผละอ้อมกอดออกมาและใช้ฝ่ามือใหญ่กวาดของทุกสิ่งอย่างที่อยู่บนโต๊ะ ให้ล่วงลงสู่พื้นอย่างไม่ใยดี ก่อนจะดันร่างบางในนอนราบไปกับโต๊ะไม้ตัวใหญ่ โดยที่มือของจุนซูนั้นได้โอบรอบลำคอของแจจุงเอาไว้ ดวงหน้าหวานซบลงกับซอกคอของชายหนุ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดซอกคอระบายลมหายใจออกจนแทบทนไม่ไหว แจจุงโถมกายลงหาจุนซูที่นอนราบกับพื้นโต๊ะ ก่อนจะประกบริมฝีปากแนบจูบเร่าร้อน ดูดดุนล้ำลึกจนแทบขาดใจ ลากฝ่ามือลงปลดตะขอเข็มขัดของจุนซูออก พลางปลดกระดุมกางเกงยีนส์ออกไปหนึ่งเม็ด ก่อนจะออกแรงกระชากจนสุดแรงให้แถบกระดุมที่มีอยู่สามถึงสี่เม็ดหลุดออก

 

แจจุงเลื่อนฝ่ามือลูบไล้เรียวขาบอบบางผ่านกางเกงยีนส์ที่ยังไม่ได้ถอด ขณะที่ยังคงมอบจูบหวานล้ำให้กลีบปากเรียวบางไม่ยอมผละออกห่าง บดเบียดร่างเข้าหาจุนซูให้มากขึ้นไปอีก ตะขอกระดุมกางเกงที่ปลดไว้หมดแล้วนั้นถูกฝ่ามือใหญ่ล้วงลึกผ่านชั้นในตัวบางเข้าไปสัมผัสส่วนอ่อนไหวที่เริ่มตื่นตัว แต่มือใหญ่ปล่อยให้ผ่านเลยไม่ยอมกอบกุม กายบางผวาเกร็ง เผลอบดเบียดกายเข้าหาฝ่ามือใหญ่ที่ละผ่านความปรารถนา แจจุงอ้อมฝ่ามือไปยังสะโพกมน บีบเค้นให้เต็มมือ ก่อนจะเลื่อนฝ่ามือขึ้นรั้งขอบกางเกงยีนส์ตัวสวยให้ล่นหลุดออกไปจากสะโพกขาว พร้อมกับยอมผละจูบออกมา

 

ด้วยกางเกงที่รัดฟิตทำให้ถอดถอนออกไปได้ยาก ร่างบางจึงยันกายขึ้นเพื่อช่วยชายหนุ่มที่กำลังถอดกางเกงให้ตนด้วยการยกเรียวขาทั้งสองข้างตั้งชันบนตัวโต๊ะ พลางขยับยกสะโพกช่วยไปด้วย มือบางจับแจ็คเก็ตหนังแจจุงเอาไว้แน่น ก่อนจะรั้งถอดมันออกไป พร้อมๆกับกางเกงยีนส์ตัวสวยของร่างบางที่ล่วงล่นลงพื้น ช่วงล่างเย็นวาบเมื่อไล้อาภรปกปิด จุนซูไถกายลงนอนราบกับโต๊ะไม้อีกครั้ง และเรียวขาเปลือยเปล่าก็ยังคงยกตั้งชันอยู่บนโต๊ะ.....เรียวขาอ้ากว้าง

 

‘ไม่แน่ใจ ว่าเป็นเพราะความทรงจำที่เจ็บปวดหรือเปล่า แต่ผมต้องก้าวต่อให้ได้ด้วยหัวใจว่างเปล่า’

 

จุนซูมองสบแววตาของแจจุงที่ยืนอยู่ปลายเท้าของเขา ไม่มีคำพูดใด หรือแม้กระทั่งน้ำตาของร่างบางก็ไม่มีให้แจจุงได้เห็น ร่างสูงโน้มกายลงมาหาร่างบางที่นอนมองสบดวงตาของเขาไม่ยอมล่ะไปไหน ดวงตาที่แสนแข็งกร้าวของจุนซู......ปลายจมูกโด่งเคลื่อนซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของคนรักอย่างลุ่มหลง หยาดเลือดที่ยังคงไหลซึมจากปรางแก้มคมคายเปรอะเปื้อนไปทั่วลำคอขาวนวล มือหนาด้านซ้ายจับดันข้อเท้าขวาของร่างบางให้มันอ้าออกกว้างมากกว่านี้ ก่อนจะเลื่อนไล้ปลายนิ้วตั้งแต่ฝ่าเท้าไต่ขึ้นมายังเรียวขาอ่อน ลูบไล้สูงขึ้นจนถึงโคนขาด้านใน ก่อนมือใหญ่จะกอบกุมส่วนอ่อนไหวไว้ในอุ้งมือ

 

เช่นเดียวกับใบหน้าหล่อคมคายที่เลื่อนต่ำลงมาซอกคอมาหยุดยังยอดอกบางที่ยังคงสวมใส่เสื้อยืดสีขาวเอาไว้.....ปลายลิ้นร้อนแลบเลียยอดอกสีหวานที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้เสื้อยืดสีขาวตัวบาง ความเสียวกระสันเริ่มแล่นลิวไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย ร่างบางยกเรียวแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งโดยไว พลางบดเบียดกายเบื้องล่างให้เป็นไปตามการชักนำของมือใหญ่ที่กำลังกอบกุม รูดรั้ง มือบางกำเสื้อกล้ามสีดำของชายหนุ่มเอาไว้เต็มทั้งสองฝ่ามือ เสื้อยืดสีขาวกลายเป็นแผ่นกระดาษสีใสไปเสียแล้ว เมื่อปลายลิ้นและหยาดน้ำลายโลมเลียยอกอกทั้งสองข้างจนชุ่มฉ่ำ แต่เพียงเท่านี้ชายหนุ่มก็ยังไม่พอใจในเสียงหวานที่เริ่มครางฮือ

 

“อ๊า~~…..จ....แจจุง.....”

 

ฟันคมขบกัดยอดอกสีหวานผ่านเนื้อผ้าสีขาวอย่างแรง เรียกเสียงหวานครางสูงระคนเจ็บปวด กลีบปากเรียวบางเผยอหอบหายใจอย่างหนักหน่วง เรือนกายปั่นป่วนยากเกินกว่าจะห้ามไม่ให้สั่นเทา แลแรงรูดรั้งเบื้องล่างเริ่มรุนแรง จนทั้งกายแทบมอดไหม้ เรียวขาที่เคยตั้งชันอ้ากว้างอ่อนแรงลง ถ้าไม่ได้มือใหญ่อีกครั้งคอยจับประครองเอาไว้ มันคงราบลงกับพื้นโต๊ะไปแล้ว

 

เลือดสีสด ไหลออกจากยอดอกและซึมผ่านเสื้อสีขาวจนเป็นวงกว้าง ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ปากอิ่มและเรียวลิ้นร้อนยังคงดูดดุนยอดอกสีแดงระเรือที่อาบไปด้วยหยาดเลือดผ่านเนื้อผ้าขาว เรียกความเจ็บแสบไปยังทรวงอกบางจนกลีบปากเรียวต้องเม้มเข้าหากันแน่นข่มความเจ็บปวด ปลายนิ้วเรียวเล็กจิกระบายเล็บคมยังแผ่นหลังชายหนุ่ม จิกผ่านเนื้อเสื้อกล้ามสีดำเข้าไปยังผิวเนื้อละเอียด .....ระบายคมเล็บไปยังรอยสักที่อยู่บนแผ่นหลังของแจจุงอย่างเต็มกำลัง จนปลายนิ้วเริ่มรู้สึกว่าหยาดเลือดนั้นไหลซึมออกมาตามซอกเล็บ

 

“อ่า~~จุนซู”

 

แจจุงรู้สึกเจ็บเสียดยังแผ่นหลัง จึงเผลอผละริมฝีปากออกจากยอดอกบางและครางเสียงทุ้มต่ำ หากแต่ฝ่ามือที่ขยับรูดรั้งแกนกายของร่างบางยังไม่หยุดนิ่งลง แจจุงไม่ก้มลงไปครอบครองยอดอกของจุนซูอีก แม้เลือดจะยังคงไหลซึมออกมาก็ตาม ชายหนุ่มเร่งเร้าให้จุนซูไปถึงที่สุดโดยเร็ว เพื่อจะได้ถึงตาของเขาบ้าง หยาดน้ำที่เริ่มไหลซึมออกจากส่วนปลายกำลังบ่งบอกว่าร่างบางใกล้ถึงฝั่งแล้ว ชายหนุ่มจึงออกแรงรูดขึ้นลง รัวกระชั้น แขนเรียวรั้งโอบกายหนาเข้าหาอย่างหาที่พึ่ง ปลายเท้าเล็กจิกเกร็งลงกับพื้นโต๊ะ เสียงหวานครางหอบสะท้าน ติดขัดชิดริมใบหูแกร่ง ลมหายใจเริ่มผิดจังหวะ ร่างกายสั่นสะท้านหนักหน่วง หน้าท้องแบนราบหดเกร็ง เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนทุกหยาดหยดในร่างกายจะแตกทะลักออกมาเต็มฝ่ามือใหญ่ที่หยุดรูดรั้งลง เมื่อกายบางไปถึงที่สุดแล้ว

 

“อ่ะ....อ....อะ....อ๊า!!~~ฉ.....ฉันเกลียดนายแจจุง!”

 

‘ผมเริ่มด่าทอด้วยปากที่เคยกระซิบแต่คำหวาน คำที่ตอนนี้กลับด่างพร้อยด้วยความเสื่อมศรัทธา’

 

“อย่าพูดอย่างนั้น.....ที่รัก”

 

เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา ฝ่ามือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบไล้ดวงหน้าหวานที่มีหยาดเหงื่อไหลซึมลงมาจากขมับ หากแต่มืออีกข้างที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำนมของร่างบางกลับไล้ไปยังช่องทางด้านหลัง ปาดชโลมจนทั่วช่องทางและผละมือออกมา

 

“ก.......เกลียด......เกลียดนายแจจุง”

 

ร่างบางยันกายขึ้นนั่ง ปากว่าเกลียดคนรัก หากแต่มือที่โอบรอบลำคอแกร่งกลับไม่ยอมปล่อยมันลง ใบหน้าหวานยังคงซบอยู่บนลาดไหล่กว้างของคนรัก ชายหนุ่มจูบขมับบางอย่างรักใคร่ ก่อนจะใช้ฝ่ามือเลื่อนลงไปจับรั้งสะโพกมนให้ขยับเข้าหาร่างของเขามากขึ้น จนหน้าท้องแนบชิด เรียวขาบอบบางทั้งสองคร่อมกายของชายหนุ่มเอาไว้ ปลายเท้าห้อยลงกับขอบโต๊ะ จะพูดให้เข้าใจง่ายๆเลยคือ แจจุงยืนอยู่ใกล้ขอบโต๊ะ โดยที่บนโต๊ะมีจุนซูนั่งห้อยขาลงมาอยู่ และแจจุงเข้าไปยืนคั่นระหว่างเรียวขาทั้งสองข้างของจุนซู  จุนซูยังคงโอบรอบลำคอและซบหน้าลงกับลาดไหล่ของแจจุงอยู่

 

แจจุงเคลื่อนมือที่โอบกอดจุนซูออก ก่อนจะใช้มือลดลงปลดเข็มขัดและปลดกระดุมกางเกงยีนส์สีเข้มของตนออกจนหมด แต่ไม่ยอมถอดมันออกไป แจจุงกลับมาโอบกอดกายบางอีกครั้ง พลางใช้มือใหญ่จับเรียวขาทั้งสองข้างของจุนซูให้โอบรอบสะโพกแกร่งเอาไว้  และเลื่อนขึ้นมาโอบกายบางอีกครั้ง พร้อมออกแรงอุ้มจุนซูขึ้นทั้งท่าแบบนั้น เดินตรงไปสองสามก้าว แจจุงก็ยันแผ่นหลังบอบบางให้แนบชิดกับผนังแสนเย็นเฉียบของห้อง ใกล้ๆกับโต๊ะตัวเล็กที่เป็นที่ตั้งของโคมไฟที่ส่องแสงสว่างไปทั่วทั้งห้อง

 

ดวงตาทั้งสองประสานกันนิ่ง มือใหญ่ประครองร่างของจุนซูเอาไว้ด้วยสองมือ เช่นเดียวกับมือบางที่โอบรั้งกายตนเอาไว้กับแจจุง ปลายเท้าทั้งสองที่โอบรัดรอบเอวแกร่งก็เช่นกัน เพราะกลัวว่าจะตกลงพื้นห้อง...เบื้องล่างแนบชิด แม้กางเกงของชายหนุ่มจะอยู่ครบก็ตาม แต่ส่วนแข็งขืนที่อยู่ภายใต้มันกำลังดุนดันหน้าขาของร่างบางอยู่ แจจุงผละมือข้างหนึ่งออกจากสะโพกมนเพื่อมาปลดปราการด่านสุดท้าย แกนกายที่หลบซ่อนเผยชูชันตื่นตัว ถูไถ บดเบียด ช่องทางรักที่ฉ่ำเยิ้ม เสียจนกายบางสั่นสะท้าน ก่อนจะกดให้จมลึก กลืนกิน รัดตรึง

 

ฝ่ามือเล็กกำเสื้อกล้ามสีดำจนเต็มกำมือ เมื่อช่องทางรักถูกสอดใส่ เติมเต็ม เสียงหวานครางอืออึงคลอเคลียชิดริมหูแกร่ง เสื้อผ้าของแจจุงนั้นแทบจะอยู่ครบทุกชิ้น เพราะชายหนุ่มไม่ได้ถอดสิ่งไหนออกไปเลยนอกจากแจ็คเก็ตหนังเพียงตัวเดียว ความร้อนแรงเบื้องล่าง ชายหนุ่มก็เพียงแค่เผยมันออกมา ผ่านกระดุมที่ปลดออกครบทุกเม็ด แต่ไม่ยอมถอดถอนออกไป ผิดกับร่างบางที่ท่อนล่างนั้นเปลือยเปล่า แม้กระทั่งร้องเท้าก็ยังไม่ได้สวมใส่ หลงเหลือไว้เพียงเสื้อยืดสีขาวตัวเดียว

 

“อ่ะ...อ่า.....อ๊ะ!....จ...แจ...อือ ฮ้า....~”

 

เสียงหวานครางระโหยเมื่อช่องทางรักถูกเติมเต็ม จมลึกทั้งหมดในคราเดียว.....คุ้นเคย แผ่นหลังบอบบางเหยียดตรงพิงไปกับผนังห้องแสนเย็น จนทั้งกายขนลุกขนชัน เสียวกระสันยังเบื้องล่าง ขยับสอดใส่ กระทบจุดบอบบางครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนกายแกร่งจะหยุดนิ่งลงอย่างกะทันหัน

 

มือหนายกขึ้นลูบไล้ดวงหน้าอ่อนหวานอย่างหลงใหล ก่อนจะเลื่อนฝ่ามือลงข้างลำตัว จับคว้าแก้วไวน์ทรงสูงที่อยู่บนโต๊ะตั้งโคมไฟข้างกายขึ้นมา และฟาดแก้วไวน์ทรงสูงเข้ากลับศีรษะกลมมนอย่างแรง พลางดันกายบางให้ชิดพนังห้องมากขึ้น และเริ่มเสือกใส สอดใส่ กระแทกกระทั้นรุนแรง เสียงหวานครางระงมด้วยความเจ็บปวดยังศีรษะที่ถูกกระทบตี เช่นเดียวกับความสุขสมที่แล่นลิ่วไปทั่วทั้งกายบาง แก้วไวน์ใบสูงแตกละเอียดคามือหนา เศษแก้วบาดฝ่ามือและปลายนิ้วเรียวยาวจนเลือดไหลซึม พร้อมๆกับเลือดสีสดที่ค่อยๆรินไหลออกจากศีรษะกลมมน ลามไล้ ไหลย้อยมายังข้างขมับขาว

 

เครื่องหน้าหล่อเหลาก้มชิดข้างขมับขาวที่บัดนี้กำลังเติมเต็มไปด้วยหยาดเลือด ริมปีปากอิ่มยกยิ้ม ก่อนส่งปลายลิ้นร้อนไล้เลียหยาดเลือด มือหนาเคลื่อนลงกระชับประครองสะโพกกลมกลึง ให้แนบชิดล้ำลึก สองขาเรียวโอบรัดรอบสะโพกแกร่งอย่างเต็มใจ สองแขนเล็กโอบรอบลำคอแกร่งกันกายล่วงล่น ประสาทสัมผัสกำลังบอกว่ารู้สึกปวดบาดแผลจนต้องจิกเล็บลงกับแผ่นหลังกว้างอย่างแรง เล็บคมจิกลงกับรอยสักสวยอีกครั้ง จนเลือดไหลซึมออกมาตามซอกเล็บ แต่ครั้งนี้มันมากมายกว่าครั้งแรกมากนัก รอยสักสวยที่อยู่ยังแผ่นหลังกว้าง นั้นเต็มไปด้วยรอยข่วนจากเล็บคม เลือดไหลซึมออกมาอย่างกับพึ่งไปสักมันมาสดๆใหม่ๆ

เช่นเดียวกับร่างสูงที่ยังคงโลมไล้หยาดเลือดที่ขมับของกายบาง

 

‘ยิ่งคุณได้เรียนรู้ ความรัก......ความรักเป็นแค่ความเจ็บปวด ยิ่งรู้มากเท่าไหร่ คุณยิ่งแย่ลงเท่านั้น’

 

 

แม้จะรู้สึกเจ็บปวด แต่ทั้งคู่กลับไม่คิดที่จะเอ่ยมันออกมา........

 

‘ความรักยิ่งเลวร้ายเมื่อคุณถลำลึก’

 

แรงกระแทกกระทั้นผ่อนลง เมื่อแจจุงกลับมาหยุดนิ่งค้างอีกครั้ง ฝ่ามือหนาข้างที่โดนเศษแก้วไวน์บาด เคลื่อนลงจับประครองสะโพกบางเอาไว้ ก่อนจะโอบรั้งร่างทั้งร่างของจุนซูไว้แน่น ปลายเท้าก้าวถอยหลังเพียงนิด ก็ทรุดนั่งลงกับเตียงนุ่ม โดยที่กายเบื้องล่างของทั้งสองยังคงเชื่อมต่อกันอยู่ แจจุงขยับกายขึ้นไปจนถึงหัวเตียง นั่งอิงหัวเตียงอยู่สักพักโดยที่ร่างบางนั่งคร่อมอยู่บนตัวเขา มือหนาไล้ล่นชายเสื้อยืดสีขาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดของจุนซูขึ้น จนเห็นหน้าท้องแบนราบเรียบ และถอดมันออกไปในที่สุด เช่นเดียวกับเขาที่ยอมถอดเสื้อกล้ามสีดำออกไป เผยให้เห็นท่อนบนเปลือยเปล่า มัดกล้ามยังท่อนแขนมาดแมนสมชาย ล่อนคลื่นมัดกล้ามยังหน้าท้องสวยงามแข็งแกร่ง

 

ชายหนุ่มเอื้อมหยิบขวดไวน์ที่ตั้งอยู่ใกล้แก้วไวน์ใบเมื่อครู่ขึ้นมา เสียงเปิดฝาขวดดังป๊อก ก่อนแจจุงจะยกมันขึ้นจรดริมฝีปาก และกระดกมันเข้าปากผ่านลำคอ อย่างกับดื่มน้ำเปล่าไม่ปาน สายตาคมยังคงประสานกับดวงตากลมของร่างบางที่นั่งคร่อมอยู่บนกายเขาไม่ล่ะไปไหน แม้ชายหนุ่มจะกระดกไวน์เข้าปากก็ตาม

น้ำสีแดงอมม่วงไหลย้อยออกมาจากมุมปาก เมื่อกลีบปากทั้งสองประกบจูบกัน แจจุงอมไวน์ไว้เต็มปากก่อนจะรั้งศีรษะกลมให้โน้มลงมารับรสจูบหวานล้ำจากไวน์ชั้นเลิศ เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดจนแทบสำลักความหอมหวาน ไวน์ย้อยออกจากมุมปากทั้งสองก่อนไหลลามมาตามลำคอขาว เรื่อยจนถึงแผ่นอกบาง

 

แจจุงขว้างขวดไวน์ที่ยังไม่ทันจะดื่มมันให้หมด ลงกับพื้นหินอ่อน เสียงตกกระทบและเสียงแตกละเอียดของขวดไวน์ดังก้องทั่วไปทั้งห้อง พอๆกับเสียงครางแหบหวานเคล้าเสียงทุ้มต่ำที่เริ่มเปล่งมันออกมาอีกครั้ง เมื่อบทรักที่ยังไม่จบ โหมกระหน่ำมาอีกหน แจจุงผละจูบออกมา ก่อนจะทิ้งกายนอนราบลงกับเตียงนุ่ม สะโพกแกร่งขยับสวนกายเข้าออกอีกครั้ง จนกายบางผวา แผ่นหลังเหยียดตรง มือเล็กวางยังหน้าท้องแกร่งไว้คอยยันร่างของตัวเองไม่ให้ทรุดลงไปเมื่ออีกฝ่ายสอดกระแทก หากแต่วินาทีต่อมาแจจุงกับหยุดนิ่ง นั่นแปลว่าร่างบางต้องจัดการมันต่อเอง

 

เรียวขาสั่นระริก เมื่อขยับสะโพกมนขึ้นเพียงนิดก่อนจะกดมันลงมา แนบชิด ล้ำลึก จุนซูเลื่อนฝ่ามือทั้งสองข้างให้สูงขึ้นจากห้องท้องแกร่งมากขึ้น จนมาหยุดฝ่ามือข้างขวาอยู่ที่แผ่นอกด้านซ้ายของแจจุง.....รอยสักนั่น

ร่างบางขยับกายขึ้นลง เติมเต็มไปในส่วนลึกสุดของร่างกาย ตอดรัด โอบกระชับ เสียจนหัวใจปวดร้าว ดวงตากลมใสที่เคยมองสบดวงตาคมของชายหนุ่มเริ่มพร่ามัวมากขึ้นทุกที หากแต่เขาก็ยังคงอดกลั้นมันไว้อยู่

 

“นายดูไม่เป็นตัวของตัวเองเลย…..จุนซู”

 

“แล้วอะไรคือตัวฉันล่ะ?....อ่ะ....อ๊ะ!”

 

‘เลวที่สุด!! ความรักของมนุษย์ช่างโหดร้าย’

 

ดวงหน้าหวานก้มลงต่ำไม่ยอมเงยขึ้นไปสบสายตาแจจุงอีกเลย ขณะที่ขยับกายเบื้องล่างให้ถี่กระชั้นขึ้น แจจุงจับยึดสะโพกมนเอาไว้กับที่ ก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายกระแทกกายสวนกลับขึ้นไป ช่องทางรักบีบรัดแกนแกนแกร่ง มือเล็กออกแรงจิกเล็บลงกับรอยสักบนอกด้านซ้ายของแจจุงอย่างแรง จนเลือดเริ่มไหลซึมออกมาจากรอยสัก เลือดเต็มฝ่ามือของร่างบางเต็มไปหมด.....ชื่อของจุนซู....ชื่อของเขาอยู่บนรอยสักนั้นของแจจุง

 

‘หัวใจที่สดใสน่ะเป็นของมีตำหนิในโลกนี้ ดังนั้นผมจึงทำให้หัวใจแปดเปื้อน’

 

แจจุงเจ็บไปทั่วทั้งทรวงอกเมื่อเห็นจุนซูจิกเล็บลงกับรอยสักบนอกด้ายซ้ายของเขา ชายหนุ่มกระแทกกายสองสามครั้ง ก่อนความปั่นป่วนทั้งหมดจะยุติลง หยาดน้ำตาและหยาดเลือด จากร่างบางด้านบนหยดลงบนแผ่นอกของแจจุง จนแทบแยกไม่ออกว่าหยดไหนคือน้ำตาและหยดไหนคือเลือดของจุนซู หรือเลือดที่ไหลออกจากอกของเขา

 

จุนซูก้มหน้าสะอื้นไห้ออกมาอย่างอดกลั้น ทั้งน้ำตาและเลือดที่ไหลออกมาจากบาดแผลของศีรษะ ทั้งสองสิ่งหยดลงบนกายของแจจุง จุนซูยังคงนั่งอยู่ในท่านั้น แม้สิ่งที่เชื่อมต่อเขาทั้งสองเอาไว้จะยังไม่ถอดถอนไปก็ตาม และมือของจุนซูก็ยังคงจิกลึกลงไปในรอยสักบนอกของแจจุงไม่ยอมปล่อย

 

“ฉัน...ฮึก...เกลียดนายแจจุง....ฮือออ.....ฉันเกลียดนาย!!!”

 

‘คุณเคยเป็นเหตุผลที่ผมยังหายใจ แต่ตอนนี้คุณกลับทำให้ผมหายใจไม่ออก’

 

“ฉันรักนายจุนซู”

 

เมื่อได้ยินเสียงทุ้มของคนรักเอ่ยออกมาเช่นนี้ จุนซูก็ยิ่งร้องไห้ และจิกเล็บเข้ากับรอยสักนั้นมากขึ้นอีก

 

‘สิ่งที่แย่กว่าคุณนั่นคือ ตัวผม ที่ลืมคุณไม่ได้และยอมเป็นผู้แปดเปื้อน’
 

เลวร้าย

 

เลวร้ายเหลือเกิน

 

ช่างเจ็บ

 

เจ็บปวดเหลือเกิน

 

นี่คือสิ่งที่เรียกว่าความรัก......

.

.

.

.

.

.

.

 

 

‘Love is so bad, bad, bad, bad, bad...........................’

 

 

 

 

 

 

 

 

The end

 
 
**เหมือนจะมีคนงงแน่ๆ คือที่น้องบอกว่าเกลียดพี่แจเป็นเพราะน้องอยากจะเลิกรักพี่แจค่ะ แต่ก็ทำไม่ได้ และความรักของแจซูก็รุนแรงมากค่ะ ติสเกินไปสินะ 555+**


ps.ก้อยขอโทษด้วยค่ะ จัดหน้าบล็อคไม่ได้เลย กดเอ็นเทอร์แล้วหน้ามันโดดอีก เลยไม่ทำดีกว่า เพื่อนๆเลยต้องทนอ่านตัวหนังสือที่เลยเถิดไปเยี่ยงนั้นTT^TT ขอโทษจริงๆนะคะ ใช้คุมแทบเอาแล้วกันเนอะ มันพอจะอ่านได้ ขอโทษจริงๆค่ะ ฮืออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ

 

edit @ 20 Nov 2011 21:21:25 by masoo